"พล.ต.ฐากูร" ผู้การฯโคราช สั่งตั้งคณะกรรมการสอบตำรวจ กรณีแม่ร้องสื่อ ลูกชายตายปริศนา หลังถูกจับคดียาบ้า ได้เพียง3วัน
ภายหลังจากที่นางวาสนา เกิดแจ้ง อายุ 53 ปี ชาวตำบลโบสถ์ อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ได้มาร้องเรียนกับผู้สื่อข่าวถึงกรณีลุกชาย นายอนัน เกิดแจ้ง อายุ 34 ปี ได้เสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ หลังจากที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ได้จับกุมคดียาเสพติดเมื่อวันที่ 9 พ.ย.58 ที่ผ่านมา และได้เสียชีวิตที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ในวันที่ 13 พ.ย.58 เวลา 11.00 น. โดยแพทย์ลงความเห็นว่า นายอนัน มีอาการสมองบาดเจ็บรุนแรง เกิดจากการเหวี่ยงกระแทกอย่างรุนแรง แต่ไม่มีการชี้แจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าเกิดจากสาเหตุอะไรที่ทำให้ลูกชายตนเองนั้นเสียชีวิต เนื่องจากตั้งแต่วันที่ 9 พ.ย.ที่ถูกจับกุม ก็ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวอยู่ตลอดเวลา ตามที่ได้มีการนำเสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุดวันนี้ (16พ.ย.58) ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่บ้านเลขที่173 บ้านหนองขาม หมู่ที่24 ตำบลโบสถ์ อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ที่ญาติๆของนายอนัน เกิดแจ้ง ผู้เสียชีวิตจากกรณีที่มาร้องเรียน ได้มีการนำศพมาตั้งบำเพ็ญกุลศพเป็นตั้งแต่วันที่ 14 พ.ย.58 และวันนี้ 16 พ.ย.58 วันสุดท้าย โดยบรรยากาศทั่วไปเป็นไปอย่างโศกเศร้า บรรดายาติๆต่างช่วยกันจัดเตรียมสิ่งของต่างๆเพื่อเตรียมเคลื่อนศพไปยังวัดบรมถาวรหนองตาม เพื่อทำการฌาปนกิจศพในวันนี้เวลา 15.00 น.วันนี้
ด้านนางวาสนา เกิดแจ้ง อายุ 53 ปี มารดาผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า หลังจากที่ลูกชายขอตนเองนั้นได้เสียชีวิตลงก็ยังไม่มีใครที่จะออกมารับผิดชอบกับการเสียชีวิตของลูกชาย แต่เมื่อคืนที่ผ่านมาที่ได้มีการสวดอภิธรรมศพนั้นได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เดินทางมาร่วมงานศพ จำนวน 3 คน พร้อมกับนำเงินจำนวน 1 หมื่นบาท มามอบให้กับตนเอง แต่อย่างไรก็ตาม ตนเองยืนยันว่าจะยังคงต้องการที่จะให้ตำรวจชั้นผู้ใหญ่นั้นมีการตั้งคระกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกับการที่ลุกชายของตนเองนั้นเสียชีวิตลงว่าเกิดจากสาเหตุอะไรและใครที่เป็นคนทำ เพื่อให้นำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด
ด้านพล.ต.ต.ฐากูร นัทธีศรี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา (ผบก.ภ.) เปิดเผยว่า ในเบื้องต้นได้รับทราบถึงเรื่องราวดังกล่าวแล้ว ได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยให้ พ.ต.อ.เอกสันติ เหล่าประทาย รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานคณะกรรมการในการสอบสวนข้อเท็จจริง และให้มีการรายงานความคืบหน้าตลอดเวลา แต่อย่าไรก็ตามการดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงนั้นจะต้องให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย อย่างแน่นอน





