"ดีเอสไอ" สนธิกำลังทหารเรือ บุกช่วยเหลือ74แรงงานชาวเมียนมา ถูกบังคับให้ทำงานในล้งกุ้งที่มหาชัย จ.สมุทรสาคร
เมื่อเวลา 11.00 น. ศูนย์แจ้งเข้า-ออก เรือประมงสมุทรสาคร ต.มหาชัย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร พล.ร.ท.รังสฤษดิ์ สัตยานุกูล ผู้อำนวยการ ศรชล เขต1 และผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่1 พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง รักษาราชการแทนอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร พล.ต.ต.สรไกร พูลเพิ่ม รรท.ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร ร่วมแถลงข่าว เปิดยุทธการตรวจค้นล้งกุ้งพื้นที่สมุทรสาคร เพื่อช่วยเหลือแรงงานชาวเมียนมา และขับเคลื่อนนโยบายเชิงรุกของรัฐบาลในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์
โดยทางด้าน พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง รักษาราชการแทน อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวว่า เมื่อเวลาประมาณ 08.00 น. ของวันที่ 9 พฤศจิกายน 2558 ได้ประสานสั่งการให้ทาง พ.ต.อ.อัครพล บุณโยปัษฎัมษ์ รักษาการในตำแหน่ง ผอ.ศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ พร้อม พ.ต.ท.คมวิชช์ พัฒนรัฐ ผอ.ปป.1 กับพวก สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารเรือของ ศรชล.เขต 1 กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ มูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน (LPN) เจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
โดยเข้าตรวจค้นโรงงานแปรรูปสัตว์น้ำ ซึ่งเป็นล้งกุ้งและล้งปลา ตามหมายค้นของศาลจังหวัดสมุทรสาคร เพื่อช่วยเหลือแรงงานชาวเมียนมา ที่ถูกบังคับให้ทำงานในล้งกุ้งไม่มีชื่อ ย่านถนนเดิมบาง ต.มหาชัย อ.เมือง จังหวัดสมุทรสาคร และล้งปลาไม่มีเลขที่ ซึ่งตั้งอยู่ติดกัน
โดยเบื้องต้น เกิดจากการร้องเรียนของสองสามีภรรยา ชาวเมียนมา ที่ถูกบังคับใช้แรงงาน ได้พากันหลบหนีจากล้งกุ้งแห่งหนึ่ง แต่ทางโรงงานได้ติดตามภรรยากลับมาได้ ส่วนสามีนั้นหลบหนีไปได้ จึงได้ไปแจ้ง เพื่อประสานการเข้าช่วยเหลือต่อมาทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ทำการสืบสวนจนพบโรงงานที่ถูกร้องเรียนดังกล่าว พบว่า มีคนงานต่างด้าวชาวเมียนมาจำนวนมาก โดยมีแรงงานบางส่วน เป็นแรงงานที่หลบหนีเข้าเมือง ไม่มีใบอนุญาตทำงานที่ถูกต้อง และอยู่ในสภาพการทำงานที่ตรากตรำ ทำงานวันละประมาณ 16 ชั่วโมง ตั้งแต่ตี 2 จนถึง 6 โมงเย็นของวันรุ่งขึ้น และได้รับค่าแรงประมาณหนึ่งพันกว่าบาทต่อ 10 วัน
อีกทั้ง ยังมียามของโรงงานคอยดูแล ข่มขู่ไม่ให้หลบหนี หรือเปลี่ยนงานไปที่ใด และจะมีการหักหนี้สินจากนายหน้า โดยไม่มีการแจ้งรายละเอียดว่าหนี้สินอะไร และคงเหลือเงินเท่าใด
จากการตรวจค้นพบ แรงงานจำนวน 74 คน เป็นแรงงานเด็ก จำนวน 16 คน แรงงานบังคับและไม่มีเอกสาร 17 คน แรงงานสมัครใจ แต่ถูกยึดเอกสารประจำตัวไว้จำนวน 41 คน ส่วนการตรวจค้นล้งปลา ซึ่งอยู่ติดกัน พบแรงงานเด็ก 1 คน และแรงงานไม่มีใบอนุญาตทำงาน 16 คน จึงได้ทำการช่วยเหลือผู้ที่ไม่สมัครใจและเด็กออกมา เพื่อส่งมอบให้พนักงานสอบสวนและทีมสหวิชาชีพ ทำการสัมภาษณ์และคัดแยกผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์
รวมทั้งจะได้สอบสวนขยายผลเพื่อดำเนินการกับผู้ที่กระทำความผิดทั้งหมดมา ดำเนินการตามกฏหมาย ซึ่งการดำเนินการดังกล่าว เป็นการปฏิบัติภารกิจเชิงรุก ตามนโยบายของรัฐบาลในการป้องกัน และปราบปรามการค้ามนุษย์ ในกิจการโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปสัตว์น้ำ ที่เกี่ยวเนื่องกับกิจการประมง โดย ศปมผ. เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล ซึ่งหลังจากนี้กรมสอบสวนคดีพิเศษ จะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวางแผนการปฏิบัติการตรวจร่วมโรงงานในพื้นที่อื่นๆทั่วประเทศต่อไปอย่างเข้มงวดต่อไป





