ผู้ว่าฯระนอง เดินหน้าจัดโซนนิ่งที่พักอาศัยแรงงานต่างด้าว หวังลดปัญหาสังคม-อาชญากรรมในพื้นที่
นายสุริยันต์ กาญจนศิลป์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง เปิดเผย “ผู้สื่อข่าว” ว่า จากกรณีปัญหาการเกิดอาชญากรรมที่รุนแรงบ่อยครั้งในจังหวัดระนองซึ่งมาจากแรงงานต่างด้าว ทำให้ทางจังหวัดจึงเร่งเดินหน้าโครงการจัดโซนนิ่งแหล่งที่พักอาศัยแรงงานต่างด้าวให้อยู่อาศัยเป็นโซนอย่างชัดเจนไม่กระจัดกระจายเช่นที่ผ่านมา เพื่อง่ายต่อการควบคุมและการจัดทำประวัติ และฐานข้อมูล
ตัวเลขข้อมูลล่าสุดพบว่ามีแรงงานต่างด้าวมาทำงานและพักอาศัยใน จ.ระนองจำนวนประมาณ 70,000 คน ซึ่งยอมรับว่าเริ่มมีปัญหาเพิ่มมากขึ้นในหลายด้าน ส่วนปัญหาอาชญากรรมยังมีน้อย ล่าสุดที่เกิดขึ้นก็มีเพียงแรงงาน 4 คนที่ทำให้เกิดภาพพจน์ที่ไม่ดีเกิดขึ้น แรงงานที่เข้ามาทำงานส่วนใหญ่ไม่ได้สร้างปัญหา มีการอยู่อาศัยแบบถ้อยทีถ้อยอาศัยกับคนในพื้นที่ แต่เพื่อให้การแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืนและลดปัญหาต่างๆที่จะเกิดขึ้นทางจังหวัดมีแนวทางที่จะดำเนินการจัดระเบียบโซนนิ่งที่พักอาศัยแรงงานต่างด้าวขึ้นเพื่อกำหนดเขตพื้นที่พักอาศัยให้ชัดเจน ไม่กระจายเช่นที่ผ่านมา เพราะจะทำให้สามารถควบคุมดูแลได้ง่าย
จังหวัดระนองกำหนดให้เป็นพื้นที่นำร่องในการดำเนินการจัดระเบียบชุมชนแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาที่เข้ามาทำงานและอาศัยในพื้นที่ ภายใต้โครงการระนองโมเดล เพื่อกำหนดเขตโซนที่พักอาศัยของแรงงานต่างด้าวให้ชัดเจน ด้วยการกำหนดการจัดทำผังเมืองเพิ่มเติมกำหนดเขตที่อาศัยของแรงงานสัญชาติเมียนมาเพื่อประโยชน์ในการรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชน ความเป็นอยู่ สวัสดิภาพของสังคม และสิ่งแวดล้อม โดยคำนึงถึงความมั่นคงของชาติเป็นสำคัญ
นายสุริยันต์ กล่าวว่า จากปัญหาการเข้ามาทำงานและอาศัยในประเทศไทยของแรงงานต่างด้าวโดยเฉพาะสัญชาติเมียนมาที่มีที่พักอาศัยตั้งอยู่กระจัดกระจายอยู่ในหลายพื้นที่ โดยไม่มีมาตรการมาควบคุมกำกับดูแลให้มีการปฏิบัติให้เป็นไปตามกฏหมายที่กำหนด ซึ่งทำให้มีผลกระทบในด้านต่างๆ เช่นปัญหาฐานข้อมูลบุคคลแรงงานต่างด้าว ปัญหาแหล่งที่พักอาศัย ปัญหาการควบคุมโรค ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ปัญหาการจ้างงานผิดกฏหมาย ปัญหายาเสพติด ปัญหาขยะ และปัญหาอาชญากรรม
ดังนั้นเพื่อให้การจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมาในพื้นที่สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับนโยบาย ยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าว และยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดระนองที่กำหนดเป็นเมืองน่าอยู่ ที่ประชาชนมีคุณภาพชีวิตและมีความมั่นคงปลอดภัยอย่างยั่งยืนจึงได้ดำเนินโครงการจัดระเบียบชุมชนเมียนมาใน จ.ระนองขึ้น และล่าสุดทางกระทรวงมหาดไทยได้เห็นชอบที่จะให้ จ.ระนองเป็นต้นแบบในการดำเนินการเพื่อเป็นโมเดลนำไปดำเนินการในจังหวัดอื่นๆ ที่มีแรงงานต่างด้าวทำงานและพักอาศัยอย่างหนาแน่นอีกจำนวน 22 จังหวัดต่อไป
นายสุริยันต์ กล่าวต่อว่า จากการสำรวจข้อมูลการพักอาศัยของแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมาใน จ.ระนอง พบพักอาศัยอยู่หนาแน่นใน 3 ตำบล ได้แก่ต.เขานิเวศน์,ต.บางริ้น และ ต.ปากน้ำ อ.เมืองระนอง นอกจากนี้ยังพบกระจัดกระจายอาศัยในพื้นที่รองใน ต.หงาว,ต.บางนอน รวม 26,732 คน
ซึ่งทางจังหวัดระนองได้กำหนดเขตที่อยู่อาศัยของแรงงานสัญชาติเมียนมา โดยกำหนดเป็นโซนนิ่งเขตที่พักอาศัยใน 2 พื้นที่ รวมกว่า 800 ไร่ แยกเป็น 2 บริเวณดังนี้บริเวณแรกคือบริเวณชุมชนแพใหม่ เขต ต.บางริ้น อ.เมืองระนอง พื้นที่ที่กำหนดดำเนินการเป็นโซนนิ่งจำนวน334 ไร่บริเวณที่สองคือบริเวณชุมชนปากคลอง เขตเทศบาล ต.ปากน้ำ อ.เมืองระนอง พื้นที่ประมาณ 588 ไร่
สำหรับข้อดีของการดำเนินการจัดโซนนิ่งที่พักอาศัยให้กับแรงงานต่างด้าว ประการแรกคือผลดีต่อด้านความมั่นคงของชาติ ลดปัญหาแรงงานผิดกฏหมาย และการพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงานต่างด้าวให้ดีขึ้น ทำให้แรงงานต่างด้าวที่กระจายไปตามที่ต่างๆ จะกลับสู่พื้นที่ที่กำหนดง่ายต่อการตรวจสอบควบคุม ทำให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดีของทั้งสองประเทศคือไทยกับเมียนมา เกิดความร่วมมือด้านต่างๆเพิ่มมากขึ้นทั้งไทย-เมียนมา รวมทั้งกับองค์กรระหว่างประเทศ ทำให้เกิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ด้านวัฒนธรรม สังคม ของชุมชนประเทศเพื่อนบ้านในไทย
ภาพ-pr.prd.go.th/ranong





