“บิ๊กเสือ” สกล วรรณพงษ์ ผู้ว่าการกกท. เชื่อมั่นศักยภาพทัพนักกีฬาไทย
ในโอลิมปิกเกมส์ 2016 ที่บราซิล จะคว้าเหรียญทองมาครองได้อีกครั้ง หลังจากลอนดอนเกมส์ 2012 ไทยพลาดหวังไปอย่างน่าเสียดาย ซึ่งกีฬาความหวัง ยังเป็นกลุ่มกีฬาเดิม โดยเฉพาะยกน้ำหนัก ที่มีโอกาสสูง
ความเคลื่อนไหวนักกีฬาไทย ที่จะเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2016 ที่ ริโอ เดอจาเนโร ประเทศบราซิล จะเป็นเจ้าภาพในระหว่างวันที่ 5-21 สิงหาคม 2559 โดยขณะนี้นักกีฬาไทยกำลังแข่งขันเพื่อทำผลงานในการควอลิฟาย เพื่อให้ได้สิทธิเข้าร่วมแข่งขัน โดยในขณะนี้เพิ่งได้โควตา เพียงแค่ 4 คน ประกอบด้วย ยิงเป้าบิน 1 คน สุธิยา จิวเฉลิมมิตร ยิงปืน 2 คน ธันยพร พฤกษากร, พิมพ์อร คล้ายสุบรรณ และมวยสากลสมัครเล่น 1 คน วุฒิชัย มาสุข ในขณะที่ผลงานในโอลิมปิกเกมส์ 2012 ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ทัพไทย ที่ได้โควตาไปชิงชัยทั้งหมด 37 คน จาก 16 ชนิดกีฬา ทำได้เพียง 2 เหรียญเงิน 1 เหรียญทองแดง ถือเป็นการพลาดเหรียญทองเป็นครั้งแรกในรอบ 16 ปี นั้น
“บิ๊กเสือ” นายสกล วรรณพงษ์ ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และประธานกรรมการเตรียมนักกีฬาไทยเปิดเผยว่า การที่โอลิมปิกเกมส์ 2012 ทัพไทยไม่ได้เหรียญทองนั้นมีสาเหตุหลายประการ อาจจะเกิดจากความพร้อมของนักกีฬาไทยเองที่ยังไม่ดีพอ และคู่แข่งขันชาติต่าง ๆ ที่ทำผลงานได้ดีกว่า ส่วนในโอลิมปิกเกมส์ 2016 ครั้งนี้ กกท. ให้การสนับสนุนทุกสมาคมกีฬาอย่างเต็มที่ เพื่อให้ได้โควตาไปแข่งขันมากที่สุด
อย่างไรก็ตาม แม้ในเวลานี้ โควต้าที่นักกีฬาไทยได้รับมีเพียงแค่ 4 คน จากกลุ่มกีฬายิงเป้าบิน 1 คน ยิงปืน 2 คน และมวยสากล 1 คน แต่ “บิ๊กเสือ” กล่าวว่า การคัดเลือกในกีฬาชนิดกีฬาต่าง ๆ ยังอยู่ในช่วงแรก ๆ เท่านั้น ยังมีเวลาอีกพอสมควร ซึ่งโดยส่วนตัวยังเชื่อมั่นในศักยภาพของทัพนักกีฬาไทยว่าจะทำผลงานใน “ริโอเกมส์2016” ครั้งนี้ได้ดี น่าจะคว้าเหรียญทองมาครองได้อีกครั้ง
ทั้งนี้ กลุ่มกีฬาความหวัง ยังคงเป็นกลุ่มกีฬาเดิม ที่เคยคว้าเหรียญโอลิมปิกมาก่อนหน้านี้ ทั้งเทควันโด ยกน้ำหนัก เป็นต้น โดยเฉพาะยกน้ำหนัก ในโอลิมปิกเกมส์ครั้งนี้ ถือว่ามีโอกาสมาก ทั้งสถิติของนักกีฬาไทยเอง ซึ่งในช่วงเวลาที่เหลือนับจากนี้ กกท. พร้อมสนับสนุนทุกชนิดกีฬาในการเตรียมทีม และการไปแข่งขัน เพื่อให้ได้สิทธิ์ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายให้มากที่สุด





