ฟุตบอลลีก คัพ รอบ 4 หรือ รอบ 16 ทีมสุดท้าย เมื่อคืนวันที่ 28 ต.ค.
ปรากฏว่า “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 4 พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ต้องจอดป้ายเพียงรอบนี้ เมื่อเปิดรังโอลด์ แทรฟฟอร์ด พลาดท่าแพ้ “สิงห์แดง” มิดเดิลสโบรช์ ทีมอันดับ 4 จากลีกแชมเปี้ยนชิพ ในช่วงดวลจุดโทษตัดสิน 1-3 หลังเสมอกันจนถึงช่วงต่อเวลาพิเศษครบ 120 นาทีไปแบบไร้สกอร์ 0-0 โดยในช่วงดวลเป้าตัดสิน ปรากฎว่า นักเตะ “ปีศาจแดง” สังหารเข้าเป้าเพียงคนเดียว นั้นก็คือ อันเดรียส เปไรร่า ส่วน เวย์ย รูนีย์, ไมเคิล คาร์ริก และ แอชลีย์ ยัง ยิงพลาดทั้งหมด
หลังจากตกรอบถ้วยนี้อย่างรวดเร็วเป็นฤดูกาลที่ 2 ติดต่อกัน หลุยส์ ฟาน กัล ผู้จัดการทีมปีศาจแดง ยอมรับว่าเป็นเรื่องน่าผิดหวังที่ทีมไม่สามารถใช้โอกาสที่มีอยู่ทำประตูชัยได้ ทั้งๆที่มีโอกาสมากมาย แต่กองหน้ากลับไม่เฉียบขาด รวมทั้งยังมองว่าเรื่องของโชคชะตามีส่วนเกี่ยวข้องเป็นอย่างมาก
“เราผิดหวังมาก เราไม่สามารถจบสกอร์กับโอกาสที่มีมากมาย เราทำไม่ได้มันน่าผิดหวังมาก เราต้องแก้ปัญหา เราได้อยู่ในรอบ 16 ทีมสุดท้ายและเราต้องชนะ แต่ก็โอเคเราไม่มีโชค ผมต้องบอกว่าเราต้องพึ่งโชคบ้าง แต่เราก็ต้องไม่พึ่งโชคเพียงอย่างเดียว แน่นอนมีผู้เล่นบางคนที่เล่นได้ดีมาก แต่ผมก็ผิดหวังกับผู้เล่นบางคนเช่นกัน" ฟาน กัล กล่าว
ขณะที่ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล สามารถคว้าชัยให้ เจอร์เกน คลอปป์ ผู้จัดการทีมคนใหม่เป็นนัดแรกได้แล้ว หลังเปิดรังแอนฟิลด์เฉือนชนะ บอร์นมัธ 1-0 ได้ประตูชัยจาก นาธาเนียล ไคลน์ นาทีที่ 17 ทำให้ ลิเวอร์พูล ผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสำเร็จ
คลอปป์ กล่าวว่า “มันดีกว่าผลเสมอ ผมพอใจจริงๆกับคืนนี้ ผู้เล่นดาวรุ่ง, ผู้เล่นใหม่ๆ ผู้เล่นที่ไม่ได้เล่นมานานเพราะบาดเจ็บ พวกเขาทำได้ดีจริงๆ"
ด้าน “เรือใบสีฟ้า” แมนฯซิตี เปิดบ้านถล่ม “เรือใบสีฟ้า” แมนฯซิตี สบายๆ 5-1 และอีกคู่ เซาแธมป์ตัน ชนะ แอสตัน วิลล่า 2-1 ส่วนผลการจับสลากประกบคู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย มิดเดิลสโบรช์ พบ เอฟเวอร์ตัน, เซาแธมป์ตัน พบ ลิเวอร์พูล, สโต๊ค พบ เชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ และ แมนฯซิตี พบ ฮัลล์ ซิตี ซึ่งการแข่งขันจะมีขึ้นวันที่ 1 กับ 2 ธันวาคม





