“สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี หมดสิทธิเข้าไปป้องกันแชมป์ แคปิตอล วัน คัพ ด้วยการออกไปพ่าย
“ช่างปั้นหม้อ” สโต๊ค ในการดวลจุดโทษ 4-5 หลังเสมอ 1-1 ทำให้ตกรอบ 4 ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
เกมนี้ โดยเจ้าบ้านได้ประตูขึ้นนำจาก โจนาธาน วอลเตอร์ส นาที 52 ก่อนที่ทีมเยือนตีเสมอได้จาก โลอิก เรมี นาที 90 ก่อนที่เจ้าถิ่นจะเหลือผู้เล่นเพียง 10 คน เนื่องจาก ฟิล บาร์ดสลีย์ ถูกใบเหลือง-แดงในนาที 90 ส่วนในช่วงต่อเวลาพิเศษ 30 นาทีไม่มีการยิงประตูเพิ่มเติม จึงต้องตัดสินด้วยการยิงจุดโทษ โดยนักเตะเจ้าบ้านซัดเข้าทั้ง 5 คน ส่วนทีมเยือนพลาดคนสุดท้ายคือ เอเดน อาซาร์ นอกจากตกรอบแล้ว และต้องสังเวย ดิเอโก คอสตา ดาวยิงตัวเก่งที่ได้รับบาดเจ็บตรงบริเวณซี่โครงอีกด้วย
หลังจบเกม ชูเซ มูรินโญ กุนซือสิงโตน้ำเงินคราม ยันยันไม่รู้สึกหวั่นใจว่าจะถูกไล่ออกจากตำแหน่ง หลังตกอยู่ในสถานการณ์เก้าอี้ร้อนมีสิทธิโดนเด้งได้ทุกเมื่อ เนื่งอจากพาทีมแพ้ไปแล้วถึง 8 นัดจากทุกรายการที่ลงสนามในฤดูกาลนี้ และไม่กล่าวโทษ อาซาร์ ที่ยิงจุดโทษพลาดจนเป็นเหตุทำให้ทีมตกรอบ เพราะแม้แต่พวกดาวเตะระดับโลกก็เคยสังหารจุดโทษพลาดกันมาแล้วทั้งนั้น
ขณะที่ “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล ต้องจอดป้ายเพียงรอบนี้เหมือนกัน ด้วยการบุกไปโดน “นกเค้าแมว” เชฟฟิลด์ เวนส์เดย์ ทีมจากลีกแชมเปี้ยนชิพ ที่ฮิลล์สโบโร สอย 3-0 โดยเจ้าบ้านได้ประตูจาก รอสส์ วัลเลซ นาที 28, ลูคัส โจอัว นาที 40 และ แซม ฮัทชินสัน นาที 52 ส่วนทีมเยือนต้องสังเวยผู้เล่นในช่วงระหว่างเกมนี้ถึง 2 ราย ได้แก่ อเลกซ์ ออกซ์เลด แชมเบอร์เลน ที่ถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนามตั้งแต่นาที 4 จากปัญหาบาดเจ็บที่ต้นขา และ ธีโอ วัลคอตต์ ที่ถูกเปลี่ยนตัวให้ลงไปแทน ก็เจ็บอีกหลังเล่นแค่ 15 นาที
หลังจบเกม อาร์แซน เวนเกอร์ ผู้จัดการทีมอาร์เซนอล ยืนยันว่า การตัดสินใจพักผู้เล่นตัวหลักในเกมนี้เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว เพราะไม่ต้องการให้พวกแข้งดังอย่าง โลรองต์ คอสเชียลนี, ซานติ กาซอร์ลา, เมซุต โอซิล รวมถึง อเลกซิส ซานเชซ เสี่ยงกับอาการบาดเจ็บจากการลงเล่นแบบต่อเนื่อง แม้จะมีส่วนทำให้ทีมหมดสิทธิแชมป์รายการนี้ แต่ทีมยังคงมีภารกิจลุ้นแชมป์อีกหลายรายการ
ส่วนผลคู่อื่น “ทอฟฟีสีน้ำเงิน” เอฟเวอร์ตัน เปิดถิ่นกูดิสัน ปาร์ค เฉือนชนะจุดโทษ “นกขมิ้น” นอริช 4-3 หลังเสมอ 1-1, “เสือลาย” ฮัลล์ ทีมจากลีกแชมเปี้ยนชิพ เฝ้ารังเคซี สเตเดี้ยม เฉือนชนะจุดโทษ “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ 5-4 หลังเสมอ 1-1





