"บิ๊กนครบาล" สั่งสแกนทุกพื้นที่ ล่าหนุ่มเขมรฆ่าโหดปาดคอสาวพริตตี้ เชื่อยังกบดานในไทย มั่นใจจับได้แน่
จากกรณีคนร้ายก่อเหตุฆ่าปาดคอนางสาวไอรดา นุกูล หรือ โมนา วัย 25 ปี พริตตี้อีเว้นท์ แล้วนำร่างไปหมกไว้ในห้องเก็บของ บ้านพักซอยคู้บอน 6 แขวงและเขตคันนายาว กทม. เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 21 ตุลาคม ที่ผ่านมา เบื้องต้นตำรวจ สน.คันนายาว พุ่งเป้าไปที่คนงานต่างด้าวที่หายตัวไป หลังจากนั้นทางพนักงานสอบสวนได้ขออำนาจศาลจังหวัดมีนบุรีอนุมัติหมายจับนายสารัด เรด หรือดำ ชายชาวกัมพูชา ซึ่งอยู่ระหว่างเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดี
ล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 23 ต.ค. ที่ สน.คันนายาว พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบช.น. พร้อมด้วย พ.ต.อ.อัครพล สว่างวงศ์ รอง ผบก.น.2 รรท.ผกก.สน.คันนายาว พ.ต.อ.ประยูร ศาลาทอง ผกก.สส.2 บก.สส.บช.น. พ.ต.อ.วิบูลย์ ถิ่นวัฒนากูล พนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ สน.คันนายาว พ.ต.ท.พีรวัส ประสาทกลาง รอง ผกก.สส.สน.คันนายาว พ.ต.ท.พงษ์สิทธิ์ ปาลาพงศ์ สว.สส.สน.คันนายาว ร่วมกันประชุมชุดคลี่คลายคดี ทั้งตำรวจ กก.สส.2บก.สส.บช.น. ตำรวจ กก.สส.บก.น.2 และตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.คันนายาว โดยใช้เวลากว่า 1.30 ชั่วโมง
พล.ต.ต.สุวัฒน์ เปิดเผยหลังการประชุมติดตามคดีว่า ขณะนี้ทาง พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. ได้กำชับให้ตำรวจในพื้นที่นครบาล ทั้ง 9 บก.น. พร้อมทั้งมีการประสานพื้นที่ติดต่ออย่าง กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค1(บช.ภ.1) และ บช.ภ.2 ให้ช่วยกันระดมกำลังลงพื้นที่ตรวจหาเบาะแสของคนร้าย โดยวันนี้(23 ต.ค.)ได้สั่งการให้ตำรวจในพื้นที่ บก.น.2 ลงหาข้อมูลตามแหล่งที่พักของชาวต่างด้าว จนกว่าจะได้ตัว อย่างไรก็ตามหากคนร้ายยังอยู่ในประเทศไทย มั่นใจว่าต้องจับได้อย่างแน่นอน ส่วนจะใช้ระยะเวลานานเท่าใดนั้นขึ้นอยู่กับผู้ที่แจ้งเบาะแสให้ข้อมูลเข้ามา
“เบื้องต้นได้มีผู้ที่เข้ามาแจ้งเบาะแสบ้างแล้ว แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ ต้องขอเวลาตำรวจทำงานสักระยะก่อน เพื่อติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้ต่อไป ตอนนี้ยังไม่พบว่าคนร้ายหลบหนีผ่านด่านออกนอกประเทศ ซึ่งยังเชื่อว่ายังหลบหนีในประเทศไทย ตำรวจมีเบาะแสเรื่อยๆ อีกไม่นานน่าจะจับกุมคนร้ายได้แน่นอน” พล.ต.ต.สุวัฒน์ กล่าว
รายงานข่าวแจ้งว่า ตำรวจชุดคลี่คลายคดีได้ลงพื้นที่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อหาเส้นทางหลบหนีของคนร้าย โดยเฉพาะเมื่อวานนี้ ( 22ต.ค.) ช่วงประมาณ 13.00 น. มีพลเมืองดีแจ้งเบาะแสข้ามาว่า พบเห็นผู้ต้องสงสัยเป็นชายมีรูปพรรณคล้ายคนร้าย สวมหมวก และมีผ้าปิดจมูกหรือหน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้า โดยมาเดินซื้อขนมรังผึ้งที่บริเวณด้านหน้าห้างสรรพสินค้าแฟชั่นไอร์แลนด์ ย่านมีนบุรี เนื่องจากพยานสามารถจดจำใบหน้าผู้ต้องหาได้ เพราะเคยเห็นและทราบว่าเป็นลูกจ้างอยู่บ้านที่เกิดเหตุ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ชุดคลี่คลายคดีอยู่ระหว่างเร่งนำประกาศจับที่มีภาพถ่ายใบหน้าคนร้าย พร้อมทั้งเงินรางวัลจับกุม ไปติดไว้ตามแหล่งชุมชนที่พัก และตามตลาด ในละแวกใกล้เคียงที่เกิดเหตุ เพื่อให้ประชาชนที่พบเห็นสามารถแจ้งเบาะแสเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อนำตัวคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีให้ได้
ด้านพล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวอย่างมั่นใจว่า ภายใน 1-2 วัน น่าจะสามารถจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดีอย่างแน่นอน ซึ่งมีข้อมูลว่าคนร้ายยังหลบหนีอยู่ในประเทศไทย และได้ประสานทหาร ตำรวจ ด่านชายแดน โดยเฉพาะ ด่าน ตม.จังหวัดจันทบุรี และ ด่าน ตม.จังหวัดสระแก้ว ให้ตรวจตราเป็นพิเศษ อย่างไรก็ตามอาจมีอุปสรรคบ้างในการติดตามตัวคนร้าย เพราะคนร้ายคนนี้มีการเดินทางเข้ามาในประเทศไทยอย่างถูกต้อง แต่หลังก่อเหตุไม่แน่ใจว่าจะหลบหนีไปยังช่องทางธรรมชาติ หรือไม่ แต่ก็ไม่เกินความสามารถของตำรวจในการติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้
“ขณะนี้เราได้ทำทุกวิถีทางและกดดันให้คนร้ายเข้ามอบตัว และฝากถึงรถสาธารณะทุกรุปแบบ รวมถึง ประชาชน ช่วยเผยแพร่ภาพผู้ต้องหา ผ่านทางโซเซียลมีเดีย โดยเฉพาะ ไลน์ ในการหาตัวคนร้าย หากมีเบาะแสสามารถแจ้งตำรวจได้ทุกพื้นที่ ตลอด 24 ชั่วโมง” รรท.ผบช.น.กล่าว





