วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

กกท.หนุนทีม'เสธ.โต' เคลียร์เลือกนายกบอล

จากกรณีที่ สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 4 ระบุยืนยัน

ว่าสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ได้รับรองการประชุมใหญ่ สมาคมฟุตบอลฯ เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2558 หาก“เสธ.โต” พล.ร.อ.สุรวุฒิ มหารมณ์ ประธานคณะกรรมการกลางที่ “ฟีฟ่า” แต่งตั้งขึ้นมาเพื่อดำเนินการสู่การเลือกตั้งภายในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2559 และ “บิ๊กเสือ” สกล วรรณพงษ์ ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) จะแก้ไขเรื่อง30 เสียงจากทีมดิวิชั่น 2 ที่มีสิทธิ์ลงคะแนนเลือกตั้งอาจจะถูก “ฟีฟ่า” สั่งแบนได้ ซึ่ง “เสธ.โต” และ “บิ๊กเสือ” จะต้องรับผิดชอบนั้น

ล่าสุด “เสธ.โต”เปิดเผยว่าเรื่องนี้ไม่อยากไปทะเลาะด้วย อะไรที่ทำได้หรือทำไม่ได้ ไม่ต้องมาเตือน เพราะอยู่ในวิจารณญาณของตัวเองอยู่แล้ว ถ้าฟีฟ่าจะแบนก็พร้อมที่จะรับผิดชอบเอง แต่ ฟีฟ่า จะมาแบนทำไม เพราะได้แต่งตั้งชุดนี้ขึ้นมาเอง ดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องถามฟีฟ่าว่า คณะกรรมการชุดนี้สามารถแก้ไขข้อบังคับสมาคมฟุตบอล เรื่องที่มาของ 30 เสียงสมาชิกจากลีกภูมิภาค ได้หรือไม่

“ผมยืนยันไม่คิดร้ายกับใคร และไม่ต้องการให้วงการฟุตบอลไทย เกิดการชะงัก และถูกฟีฟ่าแบน จึงไม่อยากให้ตีตนไปก่อนไข้ โดยในสัปดาห์หน้าจะนัดคณะกรรมการมาประชุมอย่างเป็นทางการครั้งแรก หากไม่มีปัญหาในการประชุมครั้งนี้ ก็น่าจะจัดประชุมให้ถี่ขึ้น”เสธ.โต กล่าวยืนยัน

เสธ.โต เผยอีกว่าเรื่อง30 เสียงจากลีกภูมิภาคนั้น ถึงตอนนี้ยังไม่รู้ว่าจะแก้ไขหรือไม่ แต่คงตอบโดยลำพังไม่ได้เพราะจะต้องนำเรื่องเข้าที่ประชุมหารือกับคณะกรรมการทั้งหมดการที่จะทำอะไรจะต้องคิดกันยาวๆ และยืนยันจะทำหน้าที่โปร่งใสเพื่อให้ทุกคนมีสิทธิ์มีเสียงและไม่จำกัดสิทธิ์ รวมถึงจะเห็นประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก

“อย่างไรก็ตาม หากฟีฟ่า ได้ระบุในหนังสือชัดเจนว่าผู้แทนจาก 6 โซน จากลีกภูมิภาคเป็นอย่างไร ก็ให้ข้อพิจารณาของคณะกรรมการกลางชุดนี้ เป็นที่สิ้นสุด ส่วนเรื่องที่ฟีฟ่าจะแบนนั้นผมก็คิดไว้อยู่แล้ว และจะไม่ทำอะไรที่ไม่สมควรทำ จนทำให้ฟีฟ่าแบนแน่ เพราะจะทำให้วงการฟุตบอลไทยเกิดความชะงัก” เสธ.โต กล่าวปิดท้าย

ด้าน “บิ๊กเสือ” เปิดเผยว่า กกท. ไม่มีหน้าที่ในการแก้ไขระเบียบ ข้อบังคับของสมาคมกีฬาแต่อย่างใด สมาคมกีฬาเท่านั้นที่จะมีหน้าที่แก้ไขเมื่อได้รับการรับรอง จาก กกท. สำหรับกรณีของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยนั้น ได้มีการประชุมใหญ่พิเศษไปเมื่อวันที่ 17 กันยายน ซึ่งมีผู้ร้องเรียนเกี่ยวกับการดำเนินการ และวิธีการสรรหาตัวแทนทั้ง 30 คนจากลีกภูมิภาคดิวิชั่น 2 ทั้ง 6 ภาค และมีมติออกมา ซึ่ง กกท. ยังไม่ได้รับรอง

"ฟีฟ่า ได้มีคำสั่งให้ตั้งคณะกรรมการกลาง นำโดยพล.ร.อ.สุรวุฒิ มหารมณ์ เข้ามาดำเนินการเพื่อไปสู่การเลือกตั้งสมาคมฟุตบอลภายในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2559 หาก พล.ร.อ.สุรวุฒิแจ้งขอมติการประชุมสมาคมฟุตบอลเมื่อวันที่ 17 กันยายน และระเบียบข้อบังคับเลือกตั้งต่าง ๆ กกท. ก็จะได้ส่งให้ไปเพื่อพิจารณาอีกครั้งเท่านั้น ยังไม่ได้มีการดำเนินการอะไรที่มากกว่านี้ทั้งนี้ คณะกรรมการของ พล.ร.อ.สุรวุฒิิจะเป็นผู้ดำเนินการโดยตรง ซึ่งจะต้องเริ่มจากการพิจารณาระเบียบข้อบังคับ ที่สมาคมฟุตบอลจัดการประชุมไปเมื่อวันที่ 17 กันยายน

“ขอให้ พล.ร.อ.สุรวุฒิและคณะกรรมการชุดนี้ ได้ทำงานก่อน ไม่ต้องกลัวว่าฟีฟ่าจะลงโทษอะไร เพราะกรอบหน้าที่ของพล.ร.อ.สุรวุฒิ เป็นไปตามที่ฟีฟ่ากำหนด และหากการดำเนินการของสมาคมฟุตบอล เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ฟีฟ่า คงไม่ต้องเข้ามาสั่งการ ในเรื่องนี้ ดังนั้นหากพูดอะไรมาก จะไม่เกิดผลดี เงียบไว้จะดีกว่า” บิ๊กเสือ กล่าว