วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ล่าต่างด้าวเขมร สงสัยฆ่าโหดพริตตี้ ชี้เอามือถือผู้ตายไปขาย

ตร.เร่งล่าแรงงานต่างด้าวเขมร สงสัยฆ่าโหดสาวพริตตี้ ยังไม่ชัดถูกข่มขืนหรือไม่ เผยผู้ต้องสงสัยเอามือถือผู้ตายไปขายให้เพื่อน บอกจะกลับประเทศ

จากกรณีคนร้ายฆ่าปาดคอ น.ส.ไอลดา นุกูล หรือโมนา อายุ 25 ปี อาชีพรับงานพริตตี้อีเว้นท์ และเป็นดาราตัวประกอบการแสดงทั่วไป ภายในบ้านพัก ซอยคู้บอน 6 แขวงและเขตคันนายาว กทม. เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 21 ต.ค.ที่ผ่านมา ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าที่สน.คันนายาว เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 22 ตุลาคม พ.ต.อ.อัครพล สว่างวงศ์ รอง ผบก.น.2 รรท.ผกก.สน.คันนายาว เปิดเผยความคืบหน้าในคดีว่า เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้ทำการสอบปากคำพยานแวดล้อม รวมถึงครอบครัวผู้เสียชีวิตไปแล้วเกือบ 10 ปาก ทำให้ทราบว่าผู้ต้องสงสัยที่คาดว่าจะก่อเหตุคือแรงงานชาวกัมพูชาที่ทำงานอยู่กับครอบครัวผู้เสียชีวิต เนื่องจากเป็นบุคคลรายเดียวที่ไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้

ล่าสุดได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่หาข้อมูลและติดตามตัวแรงงานชาวกัมพูชาคนดังกล่าวมาทำการสอบสวนแล้ว ขณะที่การตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดรอบที่เกิดเหตุในขณะนี้ยังไม่สามารถตรวจสอบได้ เนื่องจากบริเวณโดยรอบที่เกิดเหตุเป็นซอยในหมู่บ้านไม่มีการติดตั้งกล้องวงจรปิด

อย่างไรก็ตามได้ประสานขอตรวจสอบภาพวงจรปิดจากบริเวณร้านสะดวกซื้อที่ตั้งอยู่บริเวณปากซอยเพื่อตรวจสอบหาชายต้องสงสัยคนดังกล่าวเพื่อเทียบเคียงกับเวลาช่วงเกิดเหตุว่าจะสามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ขณะหลบหนีภายหลังก่อเหตุได้หรือไม่

พ.ต.อ.อัครพล กล่าวต่อว่า สำหรับประเด็นที่ผู้เสียชีวิต เสียชีวิตในสภาพเปลือยกายนั้นเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่ามีร่องรอยการข่มขืนด้วยหรือไม่ต้องรอผลจากสถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจที่ทำการพิสูจน์สภาพศพ ซึ่งคาดจะทราบผลภายในสัปดาห์นี้

รอง ผบก.น.2 กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามเชื่อว่าผู้ต้องสงสัยน่าจะยังอยู่ในพื้นที่เกิดเหตุหรือพื้นที่ใกล้เคียง เนื่องจากมีความเคยชินกับพื้นที่นี้มากกว่า เพราะทำงานเป็นแรงงานในพื้นที่มานานหลายปี แต่ไม่เคยออกนอกพื้นที่ไปไกล รวมถึงยังมีญาติพี่น้องทำงานเป็นแรงงานในพื้นที่กรุงเทพมหานครและพื้นที่ใกล้เคียงถึง 4 คน โดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการติดตามตัวมาทำการสอบสวน ซึ่งหากพบเป็นผู้กระทำผิดจริงก็จะต้องมีการแจ้งข้อกล่าวหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาต่อไป

ด้านพ.ต.ท.วีระ งามเลิศ พงส.ผนพ.สน.คันนายาว เปิดเผยว่า จากการสอบสวนญาติของนายซารัช เรด ชาวกัมพูชา หรือมีชื่อไทยว่า ทัด หรือดำ ผู้ต้องสงสัย ทราบว่า เป็นคนหูตึง และเป็นคนไม่สู้งานเปลี่ยนงานอยู่เป็นประจำ และเพิ่งจะเข้ามาทำงานรับจ้างทั่วไปในระแวกที่เกิดเหตุได้ไม่นาน โดยก่อนเกิดเหตุมีคนเห็นว่านายซารัช เรด นั่งดื่มสุราอยู่ฝั่งตรงข้ามบ้านหลังเกิดเหตุ ก่อนหายตัวไป เบื้องต้นได้ประสานไปยังด่านตม.ที่คาดว่านายซารัช เรด จะใช้เป็นช่องทางในการหลบหนีออกนอกประเทศ ขณะเดียวกันได้ประสานฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดใกล้เคียงจุดเกิดเหตุแล้ว

มีรายงานข่าวว่าหลังเกิดเหตุเวลาประมาณ 04.00น. (22ต.ค.) นายซารัช เรด ชาวกัมพูชา ผู้ต้องสงสัย ได้นำโทรศัพท์มือถือของผู้ตายไปขายให้กับนายนู เพื่อนชาวกัมพูชา ที่ทำงานเป็นลูกจ้างเขียงหมู ย่านนิมิตรใหม่ในราคา 1,400 บาทและได้บอกกับนายนูว่า กำลังจะกลับบ้านที่ประเทศกัมพูชา ซึ่งทาเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการติดตามตัวนายนู มาให้ข้อมูล อีกทั้งยังได้ประสานไปยังญาติของนายซารัช เรด ที่พักอาศัยอยู่ที่ประเทศกัมพูชาแล้ว เพื่อนำตัวมาสอบสวนต่อไป