วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ตร.จับกุม2ผู้ต้องหา แก๊งสกิมเมอร์เอทีเอ็มลูกค้าธ.ไทยพาณิชย์

ตำรวจภูธรภาค 4 แถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหา 2 คน ชายไทยและชาวมาเลย์ แก๊งสกิมเมอร์เอทีเอ็มลูกค้าธนาคารไทยพาณิชย์ในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น

กองบัญชาตำรวจภูธรภาค 4 พล.ต.ต.จตุพล ปานรักษา รอง ผบช.ภ.4 พร้อมด้วย พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน ผบก.สส.ภ.4 และชุดสืบสวน 3 บก.สส.ภ.4 นำโดยพ.ต.อ.พงศ์ฤทธิ์ คงศิริสมบัติ ผกก.สส.ฯ ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมนายสมชาย วัฒนแสนสุข อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 134/2 ม.4 ต.สบป่อง อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน และนาย อึง ก๊อก ฮอย อายุ 46 ปี สัญชาติมาเลเซีย ผู้ต้องหาปลอมแปลงบัตรอิเลกทรอนิกส์ฯหรือสกิมเมอร์ข้อมูลเอทีเอ็มของลูกค้าธนาคารไทยพาณิชย์ และขโมยเงินจากบัญชีธนาคารจนมีผู้เสียหายจำนวนมาก

พล.ต.ต.จตุพล ปานรักษา รอง ผบช.ภ.4 กล่าวว่า จากที่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่ามา ได้มีผู้เสียหายจำนวนมากแจ้งความร้องทุกข์ถูกลักลอบนำบัตรเอทีเอ็ม ไปกดเอาเงินออกจากบัญชีธนาคาร ทั้งที่บัตรยังอยู่กับตัวเอง มีผู้เสียหายสูญเงินไปกว่า 2 แสนบาท เหตุเกิดเมื่อวันที่ 15 ต.ค.ที่ผ่านมา และทางธนาคารไทยพาณิชย์ได้มีการชดเชยความเสียหายให้กับลูกค้าทุกรายแล้ว พร้อมกันนี้ทางชุดสืบสวนสอบสวนภาค 4 ได้มีการสืบสวนจนพบข้อมูลหลักฐานว่ามีผู้ร่วมขบวนการจำนวน 4 คน เป็นชาย 2 คน หญิง 2คน และได้ติดตามจับกุมตัวได้ 2 คนคือนายสมชาย และ นายอึง ก๊อก ฮอย ได้ที่บ้านพักของนายสมชายที่ อ.ปางมะผ้า

โดย 2 คนให้การรับสารภาพ ว่าได้ร่วมกันสกิมเมอร์ข้อมูลเอทีเอ็มในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น โดยร่วมกับผู้หญิงอีก 2 คน คือนางพุทธมาศ ยาใจ ชาวอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นภรรยาของนาย อึง ก๊อก ฮอย และนางชบา ศรีชาติ ชาวอำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น โดยใช้รถยนต์กระบะสี่ประตู ยี่ห้อโตโยต้า ทะเบียน ขร-7435 เชียงใหม่ออกตระเวนก่อเหตุ ทั้ง 4 คนได้มีการแบ่งหน้าที่การทำงานอย่างชัดเจน โดยนายสมชายและนายอึง ก๊อก ฮอย จะทำหน้าที่ในการแฮคข้อมูลจากบัตรเอทีเอ็มของผู้เสียหายในระหว่างกดเงิน ส่วนนางพุทธมาศ และนางชบา จะทำหน้าที่ในการเข้าไปติดตั้งเครื่องสกิมเมอร์

ผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย ได้เข้ามาเช่าที่พักที่ริมบึงหนองโคตร ตระเวนดูลาดเลาก่อนที่จะลงมือก่อเหตุไม่ต่ำกว่า 1 สัปดาห์ ก่อนที่จะเลือกตู้เอทีเอ็มของธนาคารไทยพาณิชย์ที่ตั้งอยู่ภายในสถานีบริการน้ำมัน ปตท. ถนนศรีจันทร์เพื่อใช้ก่อเหตุ และในช่วงนั้นมีการย้ายที่พักเช่าไปอยู่ด้านหลังสถานีบริการน้ำมัน ประมาณ 200 เมตร เป็นห้องปฏิบัติการในการก่อเหตุ

ผู้ต้องหาทั้ง 4 รายเคยก่อเหตุในลักษณะนี้มาแล้วในหลายพื้นที่ ทั้งในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี,ลำพูน และจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งรวมมูลค่าความเสียหายเป็นเงินหลายล้านบาท โดยทั้ง 4 คนไม่มีอาชีพหรือทำงานเป็นหลักแหล่ง แต่จะตระเวนก่อเหตุในลักษณะนี้ ซึ่งเงินที่ได้จะนำไปแบ่งกันตามจำนวนที่โจรกรรมได้ ล่าสุดก่อเหตุสกิมเมอร์ข้อมูลลูกค้าที่ขอนแก่นได้เงินไปเกือบ 3 แสนบาท

พล.ต.ต.จตุพล กล่าวอีกว่า ส่วนผู้ต้องหาที่ร่วมแก๊งอีก 2 คน ขณะนี้ได้สืบทราบว่าหลบหนีออกนอกประเทศทางชายแดนมาเลเซีย โดยได้มีการออกหมายจับและประสานทาง ตม.และประเทศมาเลเซีย คาดว่าจะสามารถติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายได้อย่างแน่นอน ทั้งนี้จะมีการสืบสวนสอบสวนเพิ่มเติม ว่ามีผู้ร่วมขบวนการอีกหรือไม่

เนื่องจากการสกิมเมอร์ข้อมูลที่ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย จากการสอบสวนสืบสวนเชิงลึกพบว่า แก๊งสกิมเมอร์กลุ่มนี้น่าจะมีเครือข่ายต่างชาติมากกว่า ที่กล่าวอ้าง จะเห็นได้ว่าเมื่อดูท่าทีจะถูกติดตามตัว ก็จะมีการเดินทางออกนอกประเทศทันที