พิษกองทุนหมู่บ้านละ 1 ล้าน สร้างความแตกแยกให้กับชาวบ้านในโคราช มีการตั้งคณะกรรมการกองทุนซ้ำซ้อนเพื่อกู้เงินจากธนาคารออมสิน
สำนักงานที่ว่าการอำเภอเมือง จ.นครราชสีมา ได้มีการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการดำเนินงานตามมาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ของประชาชน ในระดับหมู่บ้าน จ.นครราชสีมา ครั้งที่ 1 ขึ้น โดยมีนายสุวิทย์ คำดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธาน และมีตัวแทนสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ หรือ สทบ., ตัวแทนธนาคารออมสินจังหวัด, ตัวแทนธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์จังหวัด, คณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านระดับอำเภอ, พัฒนาการชุมชนจังหวัด และพัฒนาการชุมชนทั้ง 32 อำเภอ เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้กว่า 150 คน
ทั้งนี้ เพื่อติดตามการดำเนินงานโครงการกองทุนหมู่บ้านละ 1 ล้านบาท ตามนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากของรัฐบาล ซึ่งจากข้อมูลระหว่างวันที่ 14 กันยายน ถึงวันที่ 12 ตุลาคม 2558 ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ ได้มีการอนุมัติสินเชื่อให้กับกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ระดับเกรดAและBภายใต้มาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ระดับหมู่บ้าน (6 หมื่นล้านบาท) จังหวัดนครราชสีมาไปแล้ว จำนวน 1,632 กองทุน รวมเป็นเงินที่โอนให้แล้วกว่า 1,520 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 50 จากกองทุนหมู่บ้านทั้งจังหวัด 3,873 หมู่บ้าน ประกอบด้วย ธนาคารออมสิน อนุมัติสินเชื่อให้ 915 กองทุน จำนวนเงินกว่า 912 ล้านบาท และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ อนุมัติสินเชื่อให้ 717 กองทุน จำนวนเงินกว่า 608 ล้านบาท
จากการประชุมในครั้งนี้นี้ ปรากฏว่าพบปัญหาที่เกิดจากการตั้งคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านซ้ำซ้อนกันเกิดขึ้นจำนวนมาก โดยเฉพาะที่ อ.โนนสูง ซึ่งมีอยู่กว่า 10 หมู่บ้าน ที่ได้ตั้งคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านขึ้นมา 2 ชุด เพื่อทำการเซ็นสัญญาขอสินเชื่อกับธนาคารออมสิน ทำให้เกิดความแตกแยกระหว่างคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านชุดเก่า และคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านชุดใหม่ รวมทั้งมีคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านชุดเก่าได้ตัดสินใจลาออกไปแล้วหลายราย จนกลายเป็นประเด็นปัญหาใหญ่ในที่ประชุม
นายประสงค์ เกลี้ยกล่อม ประธานเครือข่ายกองทนหมู่บ้านชุมชนเมือง อ.โนนสูง กล่าวว่า เรื่องนี้เกิดจากการที่ตัวแทนของธนาคารออมสิน ได้ลงพื้นที่ไปพบกับชาวบ้าน ก่อนวันที่ 14 กันยายน 2558 หรือตั้งแต่ทราบว่ารัฐบาลจะมีมาตรการนี้ออกมา ซึ่งทำให้คณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านยังไม่มีข้อมูลรายละเอียดต่างๆ อีกทั้งครั้งนี้เป็นเพียงการกู้ยืมเงินระยะเวลา 7 ปี ปลอดดอกเบี้ย 2 ปี ทำให้คณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านชุดปัจจุบันส่วนใหญ่ ไม่ต้องการแบกรับภาระหนี้สินที่จะเกิดขึ้นในอนาคตด้วย จึงไม่มีใครตอบรับเข้าร่วมขอสินเชื่อกองทุนหมู่บ้านละ 1 ล้านครั้งนี้ แต่เนื่องจากมีสมาชิกบางกลุ่ม ซึ่งเป็นส่วนน้อยที่ต้องการกู้ยืมเงิน และได้รับคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ของธนาคารออมสินบางคนว่า ในเมื่อคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านชุดเก่าไม่ต้องการกู้ยืม ก็ให้ตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ขึ้นมาซ้อนอีก 1 คณะ เพื่อดำเนินการเป็นคู่สัญญากับธนาคารในการขอสินเชื่อได้เช่นกัน จึงเป็นที่มาของปัญหาในครั้งนี้
ด้านนายสุวิทย์ คำดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า โดยปกติเมื่อมีคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านอยู่แล้ว ก็ไม่สามารถตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ขึ้นมาซ้อนได้อีก ดังนั้นการที่ธนาคารไปแนะนำและเซ็นสัญญากับคณะกรรมการชุดใหม่ จึงไม่ถูกต้องตามระเบียบ ซึ่งต้องให้ธนาคารออมสิน สาขาจังหวัดนครราชสีมา ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อทำการตรวจสอบเรื่องนี้ว่าทำได้อย่างไร เพราะหากไม่เป็นไปตามระเบียบก็จะทำให้สัญญากลายเป็นโมฆะ เงินที่ปล่อยสินเชื่อไปแล้วก็จะสูญเปล่า ซึ่งเรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ และตนขอสั่งให้ทุกอำเภอ มีการจัดประชุมเครือข่ายกองทุนหมู่บ้านภายในเดือนนี้ เพื่อรวบรวมข้อมูลปัญหาทั้งหมด มาหาทางแก้ไขเป็นการเร่งด่วน





