วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

ฟีฟ่าโละสภากก.สมาคม 'เสธ.โต'ลุยจัดเลือกตั้ง

“เสธ.โต” พล.ร.อ.สุรวุฒิ มหารมณ์ ประกาศชัด “ห้ามล็อบบี้” ลั่นจะดำรงความยุติธรรม

 ในการเลือกตั้งสมาคมฟุตบอลหลัง “ฟีฟ่า” แต่งตั้งเป็นประธานคณะกรรมกลาง เพื่อเดินหน้าสู่การเลือกตั้งให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 15 ก.พ.2559 ด้าน “นรินท์พงศ์ จินาภักดิ์” ประธานฝ่ายกฎหมาย สมาคมฟุตบอลแจงโผคณะกรรมการกลางมาจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องนำเสนอ และคณะกรรมการกลางจะดูแค่เรื่องเลือกตั้งไม่เกี่ยวกับการทำงานของสมาคมฟุตบอล ขณะที่“บิ๊กเสือ”สกล วรรณพงษ์ ผู้ว่าการ กกท.เตรียมสอบถาม “ฟีฟ่า” ถึงอำนาจหน้าที่คณะกรรมการให้ชัดเจน

ตามที่ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) โดยคณะกรรมการฉุกเฉิน ลงมติร่วมกับสหพันธ์ฟุตบอลเอเชีย (เอเอฟซี) ถอดถอนสภากรรมการสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยที่หมดวาระ พร้อมแต่งตั้ง “คณะกรรมการกลาง” เข้ามาทำหน้าที่แทนตามบทบัญญัติของ “ฟีฟ่า” มาตรา 7 ย่อหน้า 2 เพื่อเดินหน้าสู่การเลือกตั้งใหม่ให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2559 เนื่องจากกำหนดการเลือกตั้งเดิมวันที่ 17 ตุลาคม ถูกยกเลิกไป ซึ่งคณะกรรมการกลางประกอบด้วย “เสธ.โต” พล.ร.อ.สุรวุฒิ มหารมณ์ เป็นประธาน “บิ๊กต้อม” ธนา ไชยประสิทธิ์ รองประธาน พินิจ สะสินิน เลขาธิการ และกรรมการ 3 คนคือ สัตยา อรุณธานี, มานิต วรรณธนะสาร และชื่นชนก ศิริวัฒน์

ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม “บิ๊กเสือ” สกล วรรณพงษ์ ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.)เปิดเผยว่า จากการประชุมสมาคมฟุตบอลวันที่ 17 กันยายนมีการร้องเรียนถึงฟีฟ่าใน 3 กรณี ทั้งการส่งหนังสือเชิญสมาชิกประชุมที่ไม่ได้รับก่อน 30 วัน การคัดเลือกผู้แทนจากลีกภูมิภาคดิวิชั่น 2 รวม 30 คนที่มีไม่มีความชัดเจนและคลุมเครือ รวมถึงคณะกรรมการเลือกตั้งที่ไม่เป็นสมาชิกของสมาคมฟุตบอล ซึ่งข้อมูลตรงนี้ได้มีการร้องเรียนต่อกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กกท. ก่อนที่ฟีฟ่าจะลงมาจัดการปัญหาต่างๆด้วยการตั้งคณะกรรมการกลางเข้ามาดูแล

“คณะกรรมการกลางที่ฟีฟ่าแต่งตั้งมานั้นไม่ได้มาจาก กกท. แต่รายชื่อทั้งหมดเป็นการเสนอเข้าไปของฝ่ายที่เกี่ยวข้องรวมถึงสมาคมฟุตบอลและผู้สมัครเลือกตั้งด้วย ในส่วนของ กกท.เสนอ มานิตย์ วรรธนะสาร ผอ.ฝ่ายนิติกร เข้าไปเพียงรายเดียวเท่านั้น ส่วนคนอื่นๆ นั้น ฝ่ายอื่นๆเป็นคนเสนอไปและไม่เกี่ยวข้องกับ กกท. ขณะที่ระเบียบข้อบังคับลักษณะปกครองที่สมาคมฟุตบอลร่างขึ้นและขอมติจากการประชุมวันที่ 17 กันยายนเพื่อใช้ในการเลือกตั้งนั้น กกท.ไม่รับรอง และจะส่งต่อให้คณะกรรมการของ "เสธ.โต" เพื่อปรับปรุงแก้ไข จากนั้นก็จะมีการประชุมเพื่อให้สโมสรสมาชิกรับรอง" บิ๊กเสือ กล่าว

ผู้ว่าการกกท.เผยต่อว่า เรื่องของทีมฟุตบอลทีมชาติไทยหรือเรื่องในสนามคงไม่มีเกี่ยวข้องกับคณะกรรมการกลางที่ฟีฟ่าตั้งมาแน่นอน แต่คณะกรรมการกลางจะมีขอบเขตอำนาจอย่างไรต้องเข้าไปบริหารงานสมาคมฟุตบอลหรือเตรียมทีมชาติไทย รวมถึงเกี่ยวข้องต่อการจัดแข่งขันฟุตบอลลีกภายในประเทศหรือไม่ กกท.จะทำหนังสือถึงฟีฟ่าเพื่อขอความชัดเจนต่อไป

ด้าน “เสธ.โต” พล.ร.อ.สุรวุฒิ มหารมณ์ กล่าวว่า ยังไม่ทราบรายละเอียดมากนักเพราะยังไม่ได้รับเอกสารอย่างเป็นทางการจากฟีฟ่า เนื่องจากเป็นช่วงวันหยุด ยังไม่ได้เข้าไปดูที่ทำงานและไม่ทราบด้วยว่า ใครเสนอชื่อให้เข้าเป็นประธานคณะกรรมการ แต่เข้าใจว่าฟีฟ่าคงทราบว่าตนมีลักษณะการทำงานที่ตรงไปตรงมา แน่นอนว่าเมื่อมาทำตรงนี้แล้วจะรักษาผลประโยชน์ของชาติเอาไว้ให้มากที่สุดคณะกรรมการชุดนี้จะดำรงความยุติธรรมและไม่เข้าข้างฝ่ายใดแน่นอน วงการจะล่มสลายไม่ได้ ทุกคนต้องลดทิฐิลง และยืนยันว่าจะไม่มีการล็อบบี้จากฝ่ายใดแน่นอน

ขณะที่ นรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ ประธานฝ่ายกฎหมายสมาคมฟุตบอล เปิดเผยว่า คำสั่งของฟีฟ่าเป็นการหารือร่วมกันของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งว่าจะต้องมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาใหม่ซึ่งทุกฝ่ายมีข้อตกลงให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นโดยให้เสนอชื่อคนที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเข้ามาทำงาน อย่างไรก็ตามคณะกรรมการกลางทั้ง 6 คนจะไม่เข้ามาแทรกแซงการทำงานหรือบริหารกิจการภายในของสมาคมฟุตบอลทั้งฟุตบอลลีก ผู้ตัดสิน และทีมชาติไทย แต่คณะกรรมการกลางจะดูเรื่องเลือกตั้งที่คาดว่าจะมีขึ้นในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2559 เท่านั้น