วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ผู้ว่าฯสั่งฟันนายทุน-คนมีสี เอี่ยวสั่งมอดไม้รุกป่าภูเขียว

ผู้ว่าฯ ชัยภูมิ สั่งฟัน นายทุน-คนมีสี-กำนันดัง เอี่ยวสั่งมอดไม้รุกป่าภูเขียว

ความคืบหน้ากรณีเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ป่าไม้เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว(ทุ่งกะมัง) อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ ระดมกำลังเข้าติดตามจับกุมกลุ่มพรานป่าแก๊งมอดไม้ที่พากันเข้ามาลักลอบตัดไม้กฤษณา หรือไม้หอม ในเขตพื้นที่ป่าภูเขียวและเกิดการยิงต่อสู้กัน จนทำให้นายประสิทธิ์ คุ้มหมู่ อายุ 49 ปี พนักงานพิทักษ์ป่า ส.2 ลูกจ้างประจำ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว(ทุ่งกะมัง) อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ หัวหน้าชุดที่นำกำลังเข้าไปช่วยจับกุมถูก1ในกลุ่มแก๊งมอดไม้ที่มีด้วยกันรวม 3 คนยิงเสียชีวิตมาตั้งแต่วันนี้(14 ต.ค.)ที่ผ่านมา

ล่าสุด นายชูศักดิ์ ตรีสาน ผู้ว่าราชการจ.ชัยภูมิ เปิดเผยว่า ด้านการติดตามจับกุมผู้กระทำความผิดในการเข้ามาลักลอบตัดไม้ทำลายป่า ซึ่งเป็นนโยบายหลักของรัฐบาลสั่งให้เร่งดำเนินการป้องกันปราบปรามเรื่องนี้อย่างเข้มงวดและเอาจริงเอาจังมากขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว(ทุ่งกะมัง) ซึ่งมีการกระทำการอย่างอุกอาจยิงจนท.ป่าไม้เสียชีวิตครั้งนี้ ด้านศาลจ.ภูเขียวได้อนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหาที่ทราบตัวแล้วว่ามีผู้ร่วมก่อเหตุครั้งนี้ในเบื้องต้นรวม 3 คน ได้แล้ว 

ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำหมายศาลออกไปติดตามแจ้งที่บ้านญาติและบ้านของผู้ก่อเหตุทั้งหมดที่จ.เพชรบูรณ์ให้ทราบแล้ว และขอให้รีบเข้ามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่โดยเร็ว ซึ่งกลุ่มผู้ก่อเหตุทั้ง 3 อยู่ระหว่างการหลบหนีเข้าไปในป่าภูเขียวรอยต่อจ.ชัยภูมิ และจ.เพชรบูรณ์ อยู่ขณะนี้ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ระดมกำลังทุกภาคส่วนปิดล้อมทางเข้าออกป่าทั้งหมดไว้หมดแล้ว และไม่อยากให้ต้องมีการสูญเสียหรือปะทะกันรุนแรงได้อีก

จากแนวทางการสืบสวนทราบหมดแล้วว่า มีใครเข้ามาเกี่ยวข้องเพิ่มเติม ที่จะต้องมีการขยายผลไปถึงคนที่เกี่ยวข้องในครั้งนี้ทั้งหมดด้วย และทราบว่ามีนายทุนใหญ่ที่เป็นถึงเจ้าหน้าที่รัฐเสียเอง และเคยเป็นทั้งอดีตผู้ใหญ่บ้าน และกำนัน อยู่ที่จังหวัดสระแก้ว เป็นคนสั่งการให้พรานกลุ่มนี้เข้ามาลักลอบตัดไม้กฤษณาในพื้นที่ป่าภูเขียว จ.ชัยภูมิ ซึ่งจะต้องขยายผลดำเนินการกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดอย่างเด็ดขาดโดยเร็วต่อไปด้วย ใครที่เกี่ยวข้องไม่ว่าใครจะต้องดำเนินดำเนินคดีทั้งหมด ซึ่งขณะนี้ก็ขอให้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการอยู่ ทางจังหวัดจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวอะไร แต่ในส่วนที่เป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองของรัฐกระทำผิดเสียเองก็จะต้องมีการสอบสวนดำการทางวินัยอาญาให้เด็ดขาดรุนแรงมากขึ้นด้วย

ขณะที่มีรายงานจากแหล่งข่าวระดับสูงว่า เส้นทางขบวนการลักลอบตัดไม้กฤษณา หรือไม้หอม ในครั้งนี้ มีการขบวนการที่เป็นโครงข่ายที่ใหญ่ระดับข้ามชาติ และมีผลประโยชน์มหาศาล ซึ่งไม้หอมกฤษณา เป็นวัตถุดิบที่มีราคาแพง เมื่อสามารถตัดโค่นไปได้และนำไปกลั่นเป็นต้นน้ำหัวเชื้อน้ำหอมเพื่อส่งออกไปยังประเทศตะวันตก เพื่อใช้ทำเป็นส่วนประกอบเครื่องสำรองน้ำหอมประทินผิวมีราคาแพงขึ้นชื่อระดับโลก และเฉพาะแก่นต้นไม้หอมเอง ที่เป็นหัวเชื้อหลักแก่นสีดำสนิท ในส่วนนี้เฉพาะนำไปชั่งเป็นกิโลกรัมส่งออกขายไปยังต่างประเทศมีมูลค่าสูงกว่ากก.ละไม่น้อยกว่า 100,000 บาท และหากนำไปต้มกลั่นผลิตเป็นน้ำหัวเชื้อหอม ก็ยิ่งจะมีมูลค่าสูงกว่า ขนาดขวดสุราแบนเล็ก มีราคาสูงกว่าแบนละ ไม่น้อยกว่า 300,000-500,000 บาท

โดยกำลังเป็นที่สนใจของชาวต่างชาติ นายทุนจากประเทศเพื่อนบ้านที่จะมีการสั่งงานจัดหาแรงงานที่เชี่ยวชาญเดินป่า เพื่อเข้ามาหาไม้หอมจากทั้งประเทศกัมพูชา และเวียดนาม เพื่อส่งออกไปยังผ่านประเทศจีน ปากีสถาน ผ่านเข้ามากับกลุ่มนายทุนในไทย ช่วยจัดหาพรานป่าในพื้นที่เขตรอยต่อภาคเหนือ ที่จ.เพชรบูรณ์ และที่ภาคอีสานที่จ.ชัยภูมิ และจ.นคราชสีมา ที่เขตอุยานแห่งชาติเข่าใหญ่ เพื่อมุ่งเข้าสู่ผืนป่าภูเขียว หรือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูขียว(ทุ่งกะมัง) อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ