เลสเตอร์ ตั้ง “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย เป็นแบรนด์ แอมบาสเดอร์ 3 ปี
มุ่งหวังพัฒนาฟุตบอลระดับเยาวชนทั่วประเทศ พร้อมบุกรังจิ้งจอก เพื่อดูงานก่อนกลับมาพัฒนาทีมชาติไทย ส่วนเกมคัดบอลโลก 2 นัดสุดท้าย “ซิโก้” ประกาศต้องเก็บชัยทั้ง ไต้หวัน และอิรัก
เมื่อวันที่ 16 ต.ค. สโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ ทีมอันดับ 5 ของศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ จัดงานแถลงข่าวแต่งตั้ง “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าโค้ชฟุตบอลทีมชาติไทย เป็น “แบรนด์ แอมบาสเดอร์ เลสเตอร์ ซิตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล อคาเดมี” ประจำประเทศไทย อย่างเป็นทางการเป็นเวลา 3 ปี ที่โรงแรมพูลแมน คิงพาวเวอร์
สำหรับกิจกรรมของ “ซิโก้” ในฐานะแบรนด์ แอมบาสเดอร์ ของสโมสรนั้นเป็นการร่วมมือกับ เลสเตอร์ ซิตี้ อคาเดมี โดยสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ ที่เป็น 1 ใน 10 ของศูนย์ฝึกที่ดีที่สุดในอังกฤษ และทีมผู้ฝึกสอนของเลสเตอร์ ซิตี้ เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ในด้านต่างๆ มุ่งหวังวางรากฐานทักษะฟุตบอลที่มีมาตรฐานให้กับเยาวชน เพื่อพัฒนาวงการฟุตบอลไทยแบบยั่งยืน โดยเริ่มจากการจัดกิจกรรมคลินิกฟุตบอลตามโรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศ นอกจากนี้ ยังมีโครงการ “เลสเตอร์ ซิตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล อคาเดมี”รุ่นที่ 2 ที่จะเปิดรับสมัครเยาวชนอายุไม่เกิน 16 ปี เพื่อเฟ้นหาเยาวชนที่มีทักษะด้านฟุตบอล เข้าร่วมโครงการในกลางปีหน้าอีกด้วย
“ซิโก้” กล่าวว่าในประเทศไทย มีอคาเดมีปั้นดารา-นักร้องมากมาย แต่อคาเดมีที่ปั้นนักเตะให้เป็นนักบอลระดับอาชีพจริงๆยังไม่มี ดังนั้นหากต้องการให้ฟุตบอลไทยไปบอลโลก ก็ควรต้องเริ่มจากจุดนี้ก่อน ให้น้อง ๆ 17 ปี และ20 ปี สามารถไปแข่งในฟุตบอลโลกได้ก่อนจึงคาดหวังส่งชุดใหญ่ไปได้ จากนี้วันที่ 18 ตุลาคม จะร่วมกับทีมงานไปดูการฝึกสอนที่เลสเตอร์ เพื่อนำกลับมาพัฒนาทีมชาติไทย และเมื่อกลับมาก็จะประกาศรายชื่อนักเตะที่จะลงดวลแข้งกับ ทีมชาติไต้หวัน ในศึกฟุตบอลโลก รอบคัดเลือกโซนเอเชีย ต่อไป
สำหรับการเตรียมทีมชาติไทย ในศึกฟุตบอลโลก จะรับการมาเยือน ไต้หวัน วันที่ 12 พ.ย.นี้ “ซิโก้” กล่าวว่า การได้ซ้อมเพียง 7 วันตามกฎของฟีฟ่า น่าจะเพียงพอแล้ว แต่ทั้งนี้ขอให้ 7 วันจริง ๆ คือนักเตะต้องมาฝึกซ้อมร่วมกันอย่างพร้อม เพรียง แต่หลังจากนี้จะหาโอกาสหารือกับ บ.ไทยพรีเมียร์ลีก และ สมาคมฟุตบอลฯเพื่อร่วมกันวางโปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก ในฤดูกาลหน้า ให้เหมาะสมกับโปรแกรมการแข่งขันของทีมชาติไทย อย่างเป็นระบบ จะได้ไม่กระทบเหมือนที่ผ่านมา
“ตอนนี้ทีมฟุตบอลทีมชาติไทยเดินมาไกลแล้ว ทำให้ทุกคนอยู่มีความมั่นใจและมีความมุ่งมั่นมาก ดังนั้นใน 2 เกมที่เหลือ ในรอบคัดเลือก กลุ่มเอฟ ผมจึงไม่ได้มองแค่เอาชนะ ไต้หวัน เท่านั้น ซึ่งเราต้องเอาชนะ อิรักให้ได้ด้วย ทั้งนี้นักเตะทุกคนต้องมีความฟิตที่สมบูรณ์เต็มที่ และไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ”





