วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

จับสาวใหญ่ ผู้ต้องหาจ้างน้องเขยเชือดคอสามีชาวญี่ปุ่น

ตร.ภาค1แถลงจับสาวใหญ่ ผู้ต้องหาจ้างน้องเขยเชือดคอสามีชาวญี่ปุ่น เหตุเพราะมีชู้กับชายอื่น

เมื่อเวลา 10.00น. วันที่ 16 ต.ค. ที่ห้องประชุมอมรวิวัฒน์ อาคารเอนกประสงค์ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ปัญญา มาเม่น ผช.ผบ.ตร. พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.สุคุณ พรหมมายน ผบก.ภ.จ.อ่างทอง พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวน ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมนายสำพันธ์ แจ่มแจ้ง อายุ 46 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดอ่างทองเลขที่ จ.328/2558 ลงวันที่ 13 ตุลาคม 2558 นางสาวภรณี นภาดล อายุ 48 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดอ่างทองเลขที่ จ.331/2558 ลงวันที่ 15 ตุลาคม 2558 และนายสราวุธ สะอาดศรี อายุ 35 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดอ่างทองที่ จ.330/2558 ลงวันที่ 15 ตุลาคม 2558 พร้อมของกลางทรัพย์สินเป็นนาฬิกายี่ห้อดีราคาแพง แว่นตากรอบสีดำ เงินสดอีกจวน 3,220 บาท

พล.ต.ต.สุคุณ กล่าวว่า คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 13 ต.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สภ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทองรับแจ้งพบศพนายคาซูโอะ โยชิโอกะ อายุ 84 สัญชาติญี่ปุ่นถูกอาวุธมีดเชือดคอและแทงที่ลำตัวหลายบาดแผลเสียชีวิตที่บ้านเลขที่ 59 หมู่ 9 ต.ยี่ล้น อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง เจ้าหน้าที่จึงลงพื้นที่สืบสวนจนพบว่าคนร้ายน่าจะเป็นนายสำพันธ์ แจ่มแจ้ง จึงออกหมายจับและจับกุมตัวได้ที่สถานีบริการเอ็นจีวี ปตท. ต.ตาลเดี่ยว อ.แก่งคอย จ.สระบุรี เมื่อช่วงดึกของวันที่ 14 ต.ค.ที่ผ่านมา จากการสอบสวนมีการซัดทอดว่าได้รับการว่าจ้างจากนางสาวภรณี ภรรยาของนายคาซูโอะ โดยมีค่าจ้างทั้งหมด 40,000 บาท แต่จ่ายไปตอนแรก 20,000 บาท เจ้าหน้าที่จึงออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มเติมอีก 2 คนและดำเนินการจับกุมทันที

ด้านนายสำพันธ์ให้การว่า ตนเป็นน้องเขยของน.ส.ภรณี โดยก่อนเกิดเหตุได้รับการว่าจ้างให้ไปก่อเหตุฆ่านายคาซูโอะ โดยหากฆ่าไม่ตายจะได้เงินเพียง 20,000 บาท เพราะนางสาวภรณีมีชู้อยู่ที่จ.จันทบุรี โดยวางแผน 3 วันก่อนเกิดเหตุ มีการนัดวางแผนที่โรงแรมวิเศษอินน์ ในอ.วิเศษชัยชาญ พอถึงวันเกิดเหตุตนกับนายสราวุธได้ล่องเรือนำบันไดมาพาดที่บ้านหลังดังกล่าว จากนั้นได้เข้าไปทางหลังห้องน้ำ โดยนางสาวภรณีจะอำนวยความสะดวกให้โดยการไปนอนที่อื่นบอกให้ตนเข้ามาบ้านได้ตั้งแต่ช่วงเวลา 22.00 น.เป็นต้นไป แต่ตนล่องเรือมาตอนเที่ยงคืนหนีบบันไดติดตัวมาด้วยโดยเอาซ่อนตามน้ำ โดยบันไดมีการห่อผ้าหุ้มไว้เพื่อไม่ให้เกิดเสียงตอนปีน

นายสำพันธ์ยังกล่าวต่อว่า เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุก็ปีนขึ้นไปที่ห้อง พบนายคาซูโอะนอนตะแคงอยู่บนเตียง จึงกระโดดขึ้นคร่อม แล้วเอามืออุดปากไม่ให้ร้อง ให้นายสราวุธจับขาไว้ จากนั้นเอามีดแทงเข้าที่ท้องนายคาซูโอะ ปรากฏว่ามีดงอ เนื่องจากเป็นมีดทำครัวบาง จึงใช้กรรไกรที่พกติดตัวมา แทงเข้าที่ท้อง 3 แผล ระหว่างนั้นนายคาซูโอะกัดนิ้วตนที่อุดปากไว้ ด้วยความโมโหจึงต่อยที่หน้าอีก 2 ครั้ง แล้วลากผู้ตายลงจากเตียง บังคับให้เปิดตู้เซฟ ระหว่างนั้นนายคาซูโอะร้องโอดครวญเจ็บปวดอย่างมาก ตะโกนร้องแต่โอย โอย โดยตนเอาหัวนายคาซูโอะพาดไว้ที่ตู้เซฟ แต่นายคาซูโอะยังร้องไม่หยุดจึงเอามีดปาดคอจนเสียชีวิต จากนั้นจึงค้นทรัพย์สินภายในห้องพักกวาดเงินสดแล้วแบ่งกับนายสราวุธแยกย้ายกันหลบหนีไป

ทั้งนี้ระหว่างที่แถลงข่าวนางสาวภรณีซึ่งถูกนำตัวมาแถลงข่าวด้วยได้พยายามทักท้วงว่าไม่เกี่ยวข้องกับการจ้างวานแต่อย่างใด และขอให้ตำรวจจับคนร้ายให้ได้นำตัวมาลงโทษทางกฎหมายให้หนัก โดยตนไม่เคยไปพบกับนายสำพันธ์ที่โรงแรมและไม่เคยคิดจ้างวานฆ่านายคาซูโอะแต่อย่างใด เพราะรู้จักกันมา 19 ปี และนายคาซูโอะพึ่งเดินทางกลับมาจากประเทศญี่ปุ่นในช่วงวันที่ 6 ต.ค.ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อ เพราะพบว่าประตูบานเลื่อนและช่องลมที่ห้องน้ำมีการปลดล็อกไว้ โดยนายสำพันธ์ให้การว่า นางสาวภรณีเป็นคนปลดล็อกอีกทั้งบ้านหลังดังกล่าว มีเพียงนายคาซูโอะกับนางสาวภรณีพักกันสองคนเท่านั้น

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหานายสำพันธ์และนายสราวุธ ในข้อหา ชิงทรัพย์โดยมีอาวุธ(กรรไกร)เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและฆ่าผู้อื่นเพื่อปกปิดความผิดของตนหรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื่นที่ตนได้กระทำไว้ ส่วนนางสาวภรณีแจ้งข้อหาจ้างวานฆ่า ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป 

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ได้ทำการเปิดเซฟของนายคาซูโอะ พบทรัพย์สินเป็นเงินสด 8 แสนบาท และเงินเยนญี่ปุ่น 8 ล้านเยน เป็นเงินไทย 2.4 ล้านบาท พร้อมหนังสือเดินทางของนายคาซูโอะ และทรัพย์สินมีค่าจำนวนหนึ่งรวมมูลค่าเงินทั้งหมด 3.2 ล้านบาทจึงเก็บไว้เป็นหลักฐานต่อไป นอกจากนี้ทางตัวแทนเจ้าหน้าที่สถานทูตญี่ปุ่นนำดอกไม้จากลูกชายของผู้เสียชีวิตที่ฝากมามอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมขอบคุณสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ช่วยคลี่คลายคดีได้สำเร็จ