สั่งระดมตำรวจไล่ล่า "น้องเขยโหด" ตามหมายจับฆ่าชาวญี่ปุ่น หลังกบดานบ้านญาติ
ความคืบหน้ากรณี นายคาซุโอะ โยชิโอกะ อายุ83ปี อดีตนักธุรกิจชาวญี่ปุ่น ถูกฆ่าปาดคอภายในห้องนอนชั้นบนของบ้านหลังหนึ่ง หมู่9 ต.ยี่ล้น อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง ซึ่งคาดว่าคนร้ายน่าจะเป็นนายสัมพันธ์ วัย51ปี ชาววิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง น้องเขยของนางภรณี ภรรยาของนายคาซุโอะ ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าเหตุการณ์นี้ โดยเมื่อเวลา 09.00 น.ของวันนี้ที่ 14 ต.ค. 58 พ.ต.อ.พีรพันธุ์ จันทร์เทียน ผกก.สภ.วิเศษชัยชาญ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิการกุศลวิเศษชัยชาญ เข้าทำการยกตู้เซฟของนายนายคาซุโอะ โยชิโอกะ มาเก็บรักษาที่สภ.วิเศษชัยชาญ เพื่อรอลูกชายของนายคาซุโอะ โยชิโอกะ มาร่วมกันเปิดดูทรัพย์สินว่ามีอยู่เท่าไหร่หรือคนร้ายได้ลักไปด้วย
พ.ต.อ.พีรพันธุ์ กล่าวว่า หลังจากทำการตรวจสอบในที่เกิดเหตุและสอบสวนพยานแวดล้อมและพยานตัวบุคคลก็เป็นที่แน่ชัดว่าผู้ต้องหารายนี้ก็คือนายสัมพันธ์ อายุ 51 ปี น้องเขยนางภรณี นภาดล อายุ 48 ปี ภรรยาของนายคาซุโอะ โยชิโอกะ โดยภาพวงจรปิดมัดตัวระหว่างหลบหนีไปที่ท่ารถในจังหวัดสิงห์บุรี ทำให้ศาลได้ออกหมายจับเมื่อคืนนี้ และหลักฐานที่มัดตัวนายสัมพันธ์อีกอย่างคือคำสาภาพของนางสมปอง นภาดล อายุ 45 ปี ภรรยาของนายสัมพันธ์ ที่ยอมรับเมื่อกลางดึกว่านายสัมพันธ์ได้ลงมือฆ่านายคาซุโอะ โยชิโอกะ คนเดียว
ส่วนนางสมปอง นั้นหลังจากนายสัมพันธ์ก่อเหตุแล้วได้ไปส่งนายสัมพันธ์ที่ท่ารถในจังหวัดสิงห์บุรีและนายสัมพันธ์ได้ให้เงินมา 5 พันบาท จากนั้นนางสมปองก็มาทำลูกกุญแจรถจักรยานยนต์300 บาท ก่อนจะกลับมายังบ้านที่เกิดเหตุซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยึดเงินที่เหลือไว้เป็นของกลางแล้ว ส่วนจะแจ้งขอหานางสมปองอย่างไรนั้นต้องหาหลักฐานเพิ่มก่อนว่าได้ร่วมกันฆ่านายคาซุโอะ โยชิโอกะหรือเป็นแค่รับของโจรหรือช่วยผู้ต้องหาหลบหนี
สำหรับนายสัมพันธ์ตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ว่าจะเป็นชุดสืบสวนของสภ.วิเศษชัยชาญ ชุดสืบสวนของภูธรจังหวัดอ่างทอง และชุดสืบสวนของตำรวจภาค 1 ลงพื้นที่ทุกจุดที่คาดว่านายสัมพันธ์จะไปกบดานอยู่โดยเฉพาะพื้นที่ในเขตภาคกลางและบ้านญาติของนายสัมพันธ์ นายสัมพันธ์ถือว่าเป็นบุคลอันตรายมากเพราะพฤติกรรมโหดร้ายมากใครให้ที่หลบซ่อนต้องระวังหากนายสัมพันธ์ขาดเงินอาจจะทำร้ายเพื่อหวังทรัพย์ได้
ในส่วนตู้เซฟที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยกมาเก็บที่โรงพักนั้นก็จะทำการตรวจสอบว่ามีทรัพย์สินหายไปหรือยังอยู่เนื่องจากพบว่าผู้ตายมีเงินอยู่หลายล้านบาท และจากการตรวจสอบพบว่าคนร้ายได้ทำร้ายผู้ตายบนที่นอนจากนั้นก็ลากลงมาที่หน้าเซฟจับหัวผู้ตายโขกกับพื้นเพื่อบังคับให้เปิดเซฟแต่ผู้ตายไม่ยอมจึงใช้กรรไกรแทงเพื่อให้ผู้ตายยอมเปิดเซฟซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าผู้ตายเปิดหรือไม่เพราะกุญแจเซฟหาไม่พบ
ส่วนศพผู้ตายตอนนี้ยังอยู่สถาบันนิติเวชรอญาติมารับกลับไปประเทศญี่ปุ่นและตอนนี้ได้รับการประสานมาจากลูกชายของคนตายซึ่งเป็นนายแพทย์อยู่ที่ประเทศญี่ปุ่นจะเดินทางมาเมืองไทยในวันที่ 15 ต.ค. นี้




