กทม.ผนึก 22 หน่วยงานแก้น้ำท่วม เชื่อมกรุงเทพฯ-ปริมณฑล คาดฝนหนักตลอดสัปดาห์นี้ งัด 3 แผนเฝ้าระวัง 6 จุดอ่อนน้ำท่วม
ที่สำนักการระบายน้ำ เขตดินแดง เวลา 13.30 น. นพ.พีระพงษ์ สายเชื้อ ปลัดกรุงเทพมหานคร(กทม.) เป็นประธานการประชุม 22 หน่วยงาน เพื่อวางแผนบูรณาการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล ประกอบด้วย กองทัพบก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองบัญชาการตำรวจนครบาล กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท สำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา การไฟฟ้านครหลวง การประปานครหลวง กรมชลประทาน กรมสวัสดิการทหารอากาศ การท่าอากาศยานดอนเมือง การท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ การรถไฟแห่งประเทศไทย การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย บริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) บริษัททีโอที จำกัด (มหาชน) บริษัททรูคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) โครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) จังหวัดนนทบุรี จังหวัดปทุมธานี จังหวัดสมุทรปราการ และกทม.ร่วมการประชุม
นพ.พีระพงษ์ กล่าวต่อว่า จากกรมอุตุนิยมวิทยาได้คาดการณ์ว่าจะมีฝนตกหนักต่อเนื่องตลอดสัปดาห์ในพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานในสังกัดปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังเพื่อช่วยเหลือ และบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน พร้อมดำเนินการตามแผนป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมของกทม.ในระยะสั้น ระยะยาว และแผนสำรองฉุกเฉินในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า รวมถึมร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังที่เกิดขึ้น ซึ่งสำนักการระบายน้ำ จึงได้จัดประชุมวางแผนและบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงาน เพื่อกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ใน 3 เรื่อง ประกอบด้วย 1.การเชื่อมโยงการทำงานด้านการระบายน้ำ 2.การแก้ไขปัญหาจราจรติดขัด และ 3.การแก้ไขปัญหาจุดอ่อนน้ำท่วม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน
นพ.พีระพงษ์ กล่าวอีกว่า การประชุมครั้งนี้มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับการประสานงานและการสื่อสารระหว่างหน่วยงาน การประสานงานกรณีเกิดเหตุการณ์ฝนตกน้ำท่วมบริเวณรอยต่อระหว่างกรุงเทพฯและปริมณฑล การแจ้งเตือนสถานการณ์ระหว่างกทม.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และปัญหาและอุปสรรค รวมถึงแนวทางแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังบริเวณพื้นที่จุดอ่อนน้ำท่วม 6 แห่ง ได้แก่ 1.บริเวณท่าอากาศยานดอนเมือง ถนนวิภาวดีรังสิต 2.บริเวณอนุสรณ์สถานและแยกลำลูกกา ถ.พหลโยธิน 3.บริเวณอนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ หรือวงเวียนหลักสี่ ถนนพหลโยธิน 4.บริเวณศูนย์ราชการ และบริเวณมหาวิทยาลัยราชภัฎพระนคร ถนนแจ้งวัฒนะ 5.บริเวณตลาดอมรพันธุ์ ถนนงามวงศ์วาน และ 6.บริเวณปากซอยลาซาล และปากซอยแบริ่ง ถนนสุขุมวิท เพื่อให้การแก้ไขปัญหามีประสิทธิภาพ
นพ.พีระพงษ์ กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ ต้องมีการจัดระบบการสื่อสาร การประสานงาน การปฏิบัติการด้านการระบายน้ำทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยเฉพาะในจุดอ่อนน้ำท่วมซึ่งเกิดปัญหาบ่อยครั้ง อาทิ ถนนรามอินทราขาเข้า บริเวณวงเวียนหลักสี่ และถนนแจ้งวัฒนะขาออก บริเวณมหาวิทยาลัยราชภัฎพระนคร ซึ่งมีปัญหาจากท่อระบายน้ำเก่า และมีขนาดเล็ก บางจุดมีลักษณะเป็นคอขวดเนื่องจากมีการวางแนวท่อเหลื่อมกัน อีกทั้งมีการวางแนวท่อสาธารณูปโภคใต้ดินกีดขวางทางน้ำ ซึ่งหน่วยงานเจ้าของพื้นที่ต่างๆ อาทิ กรมทางหลวง การไฟฟ้านครหลวง บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) จะรับที่จะไปแก้ไข เพื่อให้ระบบระบายน้ำดีขึ้นซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จก่อนฤดูฝนหน้า ส่วนพื้นที่ก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าได้ประสานการรถไฟแห่งประเทศไทยและผู้รับจ้างโครงการทำระบบระบายน้ำชั่วคราว พร้อมทั้งจัดทำระบบระบายน้ำถาวรภายหลังโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จด้วย
“สำหรับบริเวณจุดอ่อนน้ำท่วมในสถานการณ์เฉพาะหน้า กทม.ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อเร่งระบายน้ำในพื้นที่ดังกล่าวแล้ว นอกจากนี้ ยังได้ปรับปรุงระบบแจ้งเตือนฝนและน้ำท่วมขังในพื้นที่ต่างๆ ซึ่งสื่อมวลชนและประชาชนสามารถติดตามได้จากรายงานสภาพอากาศจากเรดาร์ตรวจอากาศของกทม. ทางเว็บไซต์ http://dds.bangkok.go.th ตลอด 24 ชั่วโมง” ปลัดกทม. กล่าว





