นับถอยหลัง 7 วัน เลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย
ประธาน กกต.แถลงยืนยันดำเนินการทุกอย่างตามกฎข้อบังคับ พร้อมจัดการเลือกตั้งแล้ว เผย 72 ทีมสามารถส่งตัวแทนได้ แต่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจที่ออกโดยสมาคมฟุตบอลเท่านั้น และพิจารณาอาจมีการถ่ายทอดสดด้วย
ที่โรงแรมโกลเด้น ทิวลิป ซอฟเฟอริน เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม นายธงชัย พรเศรษฐ์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย เปิดแถลงข่าวครั้งสุดท้ายของความคืบหน้าการจัดการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 17 ตุลาคมนี้ พร้อมเผยสำเนาบัตรเลือกตั้งให้สื่อมวลชนได้รับทราบ
นายธงชัยกล่าวว่า ถึงตอนนี้ทุกอย่างมีความเรียบร้อยและพร้อมจัดการเลือกตั้งแล้วไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัคร การแจ้งชื่อผู้สมัครนายกสมาคมฟุตบอลทั้ง 3 คน คือ “บังยี” วรวีร์ มะกูดี, “บิ๊กเจี๊ยบ” พล.ต.ท.พิสัณห์ จุลดิลก และ “บิ๊กหอย” ธวัชชัย สัจจกุล พร้อมอุปนายกและคณะกรรมการกลาง รวมทั้งสิ้น 57 คน ให้ทั้ง 72 ทีมที่มีสิทธิ์เลือกตั้งได้รับทราบไปตั้งแต่วันที่ 23 กันยายน การส่งเอกสารใบมอบอำนาจ ฯลฯ ซึ่งยืนยันว่าทุกอย่างทำตามกฎข้อบังคับของพระราชบัญญัติ กกท.ปี 2558
“การประชุมใหญ่สมาคมฟุตบอลจะมีขึ้นวันที่ 17 ตุลาคม ที่โรงแรมโกลเด้นทิวลิป ซอฟเฟอริน เวลา 14.00 น. โดยวาระการเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอล จะอยู่วาระที่ 12 ซึ่งคณะกรรมการพร้อมดำเนินการเลือกตั้งให้เป็นไปตามกฎข้อบังคับทุกอย่าง โดยบัตรเลือกตั้งจะมี 3 ส่วน คือ เลือกนายกสมาคมฟุตบอล (1 คน), เลือกอุปนายก (5 คน) และเลือกสภากรรมการกลาง (13 คน) ซึ่งทุกใบต้องมีลายเซ็นของผมเท่านั้น ส่วนผู้ที่มีสิทธิ์เลือกตั้งจะต้องเป็นบุคคลที่อยู่กับสโมสรนั้นๆ และหากมีการมอบอำนาจจะต้องเป็นใบมอบอำนาจที่ออกโดยสมาคมฟุตบอล ซึ่งได้ส่งมอบให้ทั้ง 72 ทีมไปแล้ว”
นายธงชัยเผยต่อว่า หากมีการร้องเรียนเรื่องต่างๆ สามารถอุทธรณ์ได้กับคณะกรรมการอุทธรณ์ที่มี ดร.วิวัฒน์ชัย กุลมาตย์ เป็นประธาน ภายใน 4 วันหลังวันเลือกตั้ง และการตัดสินของคณะกรรมการอุทธรณ์ถือเป็นที่สิ้นสุด ทั้งนี้ กรณีของการยื่นอุทธรณ์หากเป็นการร้องเรียนเรื่องสิทธิ์ทับซ้อนจะต้องพิจารณาให้เสร็จสิ้นก่อนเข้าประชุม
“วันเลือกตั้งธรรมนูญฟีฟ่าระบุว่าผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงหรือเกี่ยวข้องเท่านั้นที่จะอยู่ในพื้นที่การเลือกตั้งได้ เพราะฉะนั้นสื่อมวลชนอาจจะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าสังเกตการณ์ แต่กำลังพิจารณาว่าจะให้มีถ่ายทอดสดด้วย อย่างไรก็ตามต้องขึ้นอยู่กับที่ประชุมว่าจะเห็นชอบหรือไม่”





