วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'แอน มิตรชัย' ส่งทนายแจงตร. ปัดไม่รู้ที่มารถหรู

ซุปตาร์สาว "แอน มิตรชัย" ส่งทนายแจงปอศ.เรื่องรถหรูปัดไม่รู้ที่มา ตร.ย้ำผิดกม.ไม่ได้ทำพรบ. เตรียมส่ง6หน่วยงานตรวจสอบข้อเท็จจริง

จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปอศ. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คูคต นำกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้นรถโตโยต้า รุ่น เวลไฟร์ หมายเลขทะเบียนป้ายแดง ณ 6601 กทม. บริเวณทางเข้าหมู่บ้านโฮม ออน กรีน ธัญธานี ม.7 ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี หลังจากสืบทราบว่า รถคันดังกล่าวเป็นรถได้มาโดยไม่ถูกต้อง จากการตรวจค้นพบ หญิงสาวจำนวน 5 คน อยู่ภายในรถคันดังกล่าว โดยหนึ่งในนั้นมีดาราสาวชื่อดัง แอน มิตรชัย นั่งมาในรถคันดังกล่าวด้วย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 18 กันยายน ที่ผ่านมา 

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 29 ก.ย. ที่กองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ(บก.ปอศ.) มีรายงานข่าวแจ้งว่า ทางทนายความของน.ส.ปรียา สมณะบารมี หรือ แอน มิตรชัย นางเอกลิเก และนักร้องนักแสดงชื่อดัง ได้เดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปอศ. เพื่อนำเอกสารการชี้แจงข้อเท็จจริง จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปอศ. นำกำลังเข้าตรวจค้นรถโตโยต้า รุ่น เวลไฟร์ หมายเลขทะเบียนป้ายแดง ณ 6601 กทม. บริเวณทางเข้าหมู่บ้านโฮม ออน กรีน ธัญธานี ม.7 ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี

โดยเนื้อหาในเอกสารการชี้แจงดังกล่าวระบุว่า ผู้ที่ชี้แจงคือ นายคีรีรัก สมณะบารมี หรือ “มิตร มิตรชัย” อายุ 21 ปี พระเอกลิเกน้องชายคนสุดท้องของนายเสมา สมบูรณ์ หรือ ไชยา มิตรชัย และ น.ส.ปรียา สมณะบารมี หรือ แอน มิตรชัย ดารานักร้อง นักแสดงชื่อดัง ซึ่งชี้แจงว่า เป็นผู้ได้รับรถมาจากหญิงสาวรายหนึ่ง ซึ่งเป็นแฟนคลับให้นำรถมาใช้เมื่อปลายปีที่ผ่านมา และไม่รู้ว่ารถคันดังกล่าวนั้นมีที่มาที่ไปอย่างไร โดยไม่ทราบมาก่อนว่าเป็นรถหลบเลี่ยงภาษี กระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตรวจค้นจึงแสดงความบริสุทธิ์ใจ โดยการทำหนังสือชี้แจงผ่านทางทนายความ 

รายงานข่าวระบุอีกว่า เจ้าหน้าที่ได้นำเอกสารดังกล่าวรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน แต่ทั้งนี้ทางทนายความคนดังกล่าวไม่ได้มีการนำใบเอกสารการได้มาของตัวรถ รวมทั้งหลักฐานการนำเข้า คือ ใบรับรองการนำเข้า (แบบ 32) จากกรมศุลกากร ซึ่งเป็นเอกสารการแสดงการเสียภาษี โดยเอกสารดังกล่าวจะมีเจ้าหน้าที่รัฐเป็นผู้ออกให้ ขณะนี้ได้ประสานทางเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) มาตรวจสอบรถคันดังกล่าวแล้ว โดยได้มีการตรวจเลขตัวถังรถ เลขเครื่อง เบื้องต้นพบว่าไม่มีการปลอมแปลง หรือการตอกเลขซ้ำ และจะเข้ากระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 6 หน่วยงาน ประกอบไปด้วย พฐ. กรมการขนส่งทางบก กระทรวงพาณิชย์ กองทะเบียนประวัติอาชญากร กองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ ไปทำการตรวจสอบว่ารถคันที่ได้มานั้น มีเลขตัวถัง เลขรถ ตรงกับเอกสารใบรับรองการนำเข้าหรือไม่ รวมทั้งให้ทางบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ตรวจสอบว่า รถคันดังกล่าวผลิตที่ประเทศอะไร โดยคาดว่าจะทราบข้อเท็จจริงถึงที่มาของตัวรถไม่เกิน 2 สัปดาห์ ก่อนที่จะเรียกผู้ที่ครอบครองรถตัวจริงมาสอบปากคำ 

ทั้งนี้ภายหลังจากการตรวจยึดรถพบว่ารถคันดังกล่าวไม่มี พ.ร.บ. ซึ่งเข้าข่ายการกระทำความผิดตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 ซึ่งมีโทษปรับ 1 หมื่นบาท