วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

นศ.พลเมืองดี เผยนาทีกระโดดน้ำช่วยชีวิตคนขับรถตกคลอง

นศ.พลเมืองดี เผยนาทีกระโดดน้ำช่วยชีวิตคนขับตกคลอง

ความคืบหน้ากรณีที่หนุ่มแต่งกายชุดลายพรางทหาร และมีอาการคล้ายคนเมา ขับรถเก๋งยี่ห้อ ฮอนด้า ซิตตี้ สีดำ หมายเลขทะเบียน ขต – 4804 นครราชสีมา พุ่งตกลงไปในคลองละลมโบราณลูกที่ 1 จมมิดทั้งคันใกล้กับร้านบลูรับตัดชุดบุรุษและสตรี ห่างจากสถานีตำรวจภูธรเมืองบุรีรัมย์ไม่ถึง 100 เมตร เมื่อคืนที่ผ่านมา

ล่าสุดทราบว่าชายผู้ประสบเหตุคนดังกล่าวเป็นทหารสังกัดค่ายสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก จ.บุรีรัมย์ ซึ่งมีอาการบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เนื่องจากถุงลมนิรภัยทำงานทำให้ลดแรงกระแทก ส่วนสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุขับรถพุ่งตกคลองละลมโบราณนั้นอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ หากพบว่าเกิดจากอาการมึนเมาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ก็จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายข้อหาเมาแล้วขับ แม้จะไม่มีคู่กรณีหรือทรัพย์สินของทางราชการเสียหายก็ตาม 

ขณะที่เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยสว่างจรรยาธรรมบุรีรัมย์ พร้อมการไฟฟ้าก็ได้นำรถเครน มาทำการกู้ซากรถเก๋งที่ตกลงไปในคลองละลมโบราณขึ้นจากน้ำ โดยต้องใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมงจึงสามารถนำรถขึ้นมาได้ เนื่องจากน้ำในคลองและขอบมีความสูงกว่า 2 เมตรท่ามกลางความลุ้นระทึกของประชาชนที่มามุงดูเป็นจำนวนมาก หลังจากนำรถเก๋งขึ้นมาจากคลองละลมได้ก็พบว่าอยู่ด้านในตัวรถยังมีน้ำขังอยู่ ส่วนด้านหน้ามีสภาพพังเสียหาย หลังคายุบเล็กน้อย และเครื่องยนต์ก็ใช้การไม่ได้เนื่องจากแช่น้ำเป็นเวลานาน

ทั้งนี้ตรวจสอบภายในรถพบเครื่องแบบทหาร รองเท้า และของใช้ส่วนตัว แต่ไม่พบทรัพย์สินมีค่าอย่างอื่น

นายณัฐพงษ์ ศิริม่วง นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฎบุรีรัมย์ พลเมืองดีที่ช่วยชีวิตทหารที่ประสบเหตุดังกล่าว ได้เผยนาทีที่กระโดดลงไปช่วยเหลือผู้ประสบเหตุว่า ช่วงที่เกิดเหตุตนมานั่งเล่นอยู่บริเวณริมคลองละลมโบราณ เมื่อเห็นรถพุ่งตกลงไปในน้ำนาทีนั้นไม่ได้นึกถึงอันตรายใดๆ คิดเพียงอย่างเดียวว่าจะต้องช่วยเหลือผู้ที่ติดอยู่ในรถก่อน เพราะหากเจ้าหน้าที่มาช่วยอาจจะล่าช้าทำให้ผู้ประสบเหตุสูญเสียชีวิตได้ โดยการทำความดีครั้งนี้ตนก็ไม่ได้หวังจะได้สิ่งใดตอบแทนเพียงได้ช่วยเหลือผู้อื่นให้ได้รับความปลอดภัยก็มีความสุขแล้ว

เพราะปกติก็เป็นคนชอบช่วยเหลือเพื่อนและสังคมอยู่แล้ว ทั้งยังบอกด้วยว่า การช่วยเหลือผู้อื่นแม้จะไม่ได้รับคำชื่นชมหรือสิ่งตอบแทนใดๆ แต่ก็จะยังคงทำความดีต่อไป แต่หากสิ่งที่ตนเองทำจะเป็นแบบอย่างให้คนไทยหันมาช่วยเหลือกันมากขึ้นก็ภูมิใจมากแล้ว