ชุมพร เปิดปฏิบัติการรื้อถอนพืชผลอาสิน ออกจากพื้นที่ป่าชายเลนที่ถูกบุกรุก ตามคำพิพากษาศาลฎีกา เนื้อที่ 132ไร่ บริเวณพื้นที่ป่าชายเลนที่ถูกบุก
นายวงศศิริ พรหมชนะ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เป็นประธานเปิดปฏิบัติการรื้อถอนพืชผลอาสิน ออกจากพื้นที่ป่าชายเลนที่ถูกบุกรุก ตามคำพิพากษาศาลฎีกา เนื้อที่ 132ไร่ บริเวณพื้นที่ป่าชายเลนที่ถูกบุกรุก หมู่ที่ 12 ตำบลบางน้ำจืด อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร โดยมีนายสมศักดิ์ พิริยะโยธา ผู้อำนวยการสำนักงานอนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลน กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ กอ.รมน. ฝ่ายปกครอง ตำรวจ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ร่วมในการปฏิบัติการ
สำหรับการรื้อถอนพืชผลอาสินในครั้งนี้ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรหนัก พร้อมเครื่องมืออุปกรณ์เข้ารื้อถอนพืชผลอาสิน ซึ่งบริเวณดังกล่าว ได้มีการบุกรุกเข้าไปปลูกต้นปาล์มน้ำมัน ซึ่งยากแก่การรื้อถอนด้วยกำลังคน
นายสมศักดิ์ พิริยะโยธา ผู้อำนวยการสำนักงานอนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลน เปิดเผยว่า จากนโยบายรัฐบาลที่กำหนดในแผนแม่บทการพิทักษ์ทรัพยากรป่าไม้ ว่า เมื่อคดีบุกรุกป่าไม้ถึงที่สุดแล้ว ให้ดำเนินการรื้อถอนพืชผลอาสิน และให้เข้าไปฟื้นฟูเป็นสภาพป่าต่อไป ซึ่งสวนปาล์มแปลงดังกล่าว คณะเจ้าหน้าที่ตามแผนยุทธการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดชุมพร ประกอบด้วย กอ.รมน. ฝ่ายปกครอง ตำรวจ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ได้ร่วมกันตรวจยึดและดำเนินคดีกับผู้บุกรุก ในฐานความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 จำนวนเนื้อที่ 132 ไร่ เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2552 และศาลฎีกามีคำสั่งพิพากษาสิ้นสุดเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2557
กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โดยสำนักงานอนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลน จึงได้เปิดปฏิบัติการรื้อถอนพืชผลอาสิน ออกจากพื้นที่ป่าชายเลนที่ถูกบุกรุกขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการคืนผืนป่าที่ถูกบุกรุก ยึดถือครอบครอง โดยมิชอบด้วยกฎหมาย ให้กลับคืนมาเป็นพื้นที่สาธารณะ ที่ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์ร่วมกัน พร้อมกับฟื้นฟูสภาพป่าชายเลน ให้อุดมสมบูรณ์ดังเดิม ด้วยการปลูกจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างความเกรงกลัว และหลาบจำ แก่ผู้บุกรุกพื้นที่ป่าชายเลน ทำให้ไม่กล้าบุกรุกพื้นที่ป่าชายเลนอีกต่อไป





