วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ตร.ภูเก็ตแจงปมร้อน! ไม่ชัด'บังเชษ'ตายเพราะช่วยหญิงถูกข่มขืน

ผู้การฯภูเก็ต แจงปมนักดนตรีถูกทำร้าย ไม่มีเหตุหญิงสาวถูกข่มขืน เร่งสืบหาผู้โพสต์ข้อความ ชี้หากมีหลักฐานให้เอามาพิสูจน์ความกระจ่าง

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 8 กันยายน 2558 ที่ห้องประชุม ชั้น 3 ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต พล.ต.ต.พชร บุญญสิทธิ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมติดตามความคืบหน้าของคดีทำร้ายร่างกาย นายราเชษฐ์ เอียดเจริญ หรือ บังเชษ อายุ 35 ปี อาชีพนักดนตรี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2558 เวลาประมาณ 01.00 น. บริเวณสะพานท่าเทียบเรืออ่าวฉลอง หมู่ 9 ต.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ต

และได้มีการมาแจ้งความดำเนินคดี เมื่อเวลา 10.10 น.ของวันที่ 1 สิงหาคม 2558 มี ร.ต.ท.วีรยุทธ ธัญศิริสุขวรกุล ร้อยเวรรับเรื่อง แต่กลับมีกระแสข่าวในโซเซียลมีเดียว่า ถูกทำร้าย เนื่องจากการเข้าไปช่วยเหลือหญิงสาวที่กำลังจะถูกข่มขืน โดยมี พ.ต.ต.พินิจ ศิริชัย รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต พ.ต.ท.จำรูญ พลายด้วง พนักงานสอบสวนชำนาญการพิเศษ สภ.ฉลอง พ.ต.ท.ปริญญา ตัณฑสุวรรณ รอง ผกก.ป., พ.ต.ท.อนันต์ อนุตรเวสารัช รองผกก.สส.สภ.ฉลอง พ.ต.ต.วรพงศ์ พรหมอินทร์ สว.สส.สภ.ฉลอง และ พ.ต.ท.โชติพงศ์ เกศรินทร์ สวป.สภ.ฉลอง โดยได้เน้นย้ำกับทีมพนักงานสอบสวน ว่า ให้ตรวจสอบรายละเอียดของพฤติการณ์อย่างละเอียด รวมถึงพยานหลักฐานต่างๆ ที่เกิดเหตุ รวมทั้งพยานแวดล้อมต่างๆ เพื่อให้เกิดความกระจ่าง

สำหรับพฤติการณ์แห่งคดี เบื้องต้น ในเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2558 เวลา 01.00 น. นายราเชษฐ์ ผู้เสียหายพร้อมพวกอีก 3 คน คือ นายจำรัส หลงอะหลี นายณัฐริน นิลอุบล และนายเปรมปรีดิ์ พรมเพชร ได้เดินทางมานั่งตกปลาที่สะพานอ่าวฉลอง ซึ่งบริเวณใกล้เคียงกัน มีกลุ่มวัยรุ่นนั่งดื่มสุราอยู่ก่อนแล้ว ต่อมาเวลาประมาณ 02.30 น. นายเปรมปรีดิ์ ขับรถจักรยานยนต์ไปส่งนายจำรัส ที่ลานจอดรถ เมื่อนายเปรมปรีดิ์กลับมาก็ชวนนายณัฐริน ซึ่งทอดแหหาปลาในบริเวณใกล้เคียง โดยนายราเชษฐ์ ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม เวลาผ่านไปสักครู่ นายเปรมปรีดิ์และนายณัฏฐริน กลับมาจุดเดิม พบว่า นายราเชษฐ์ ถูกทำร้ายร่างกายนอนหมดสติอยู่

โดยกลุ่มวัยรุ่นที่นั่งดื่มสุราอยู่ใกล้เคียงได้หายไปหมดแล้ว นายเปรมปรีดิ์และนายณัฏฐรินได้นำตัวนายราเชษฐ์ไปยังศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว ซึ่งอยู่บริเวณลานจอดรถและนำตัวส่งโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต หลังจากเกิดเหตุระยะหนึ่ง ทางกลุ่มผู้เสียหาย จึงได้มาแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาทำร้ายร่างกาย แต่ไม่ได้มีการระบุเรื่อง ของการข่มขืน

อย่างไรก็ตาม ก่อนการประชุม พล.ต.ต.พชร ได้ให้สัมภาษณ์ เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า จากการที่ติดตามข่าวค่อนข้างตกใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงได้สอบถามไปยัง พ.ต.อ.นพดล ถิรประวัติ ผกก.สภ.ฉลอง และพนักงานสอบสวน ทราบว่า เป็นเหตุทำร้ายร่างกาย โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2558 และมีการมาแจ้งความเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2558 และไม่ได้มีเรื่องของการข่มขืนแต่อย่างไร จึงเป็นไปได้ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น เป็นกรณีของการไม่พอใจกัน โดยในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้มีการติดตามสืบสวนเพื่อหาข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น และหาตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ส่วนกรณีของผู้ที่โพสต์ข้อความว่า นายราเชษฐ์ถูกทำร้ายร่างกาย เนื่องจากเข้าช่วยเหลือหญิงสาวที่กำลังจะถูกข่มขืน จนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ขณะเดียวกัน ก็ได้ได้รับความสนใจจากสังคม และก่อให้เกิดความเสียหายกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในลักษณะว่า ไม่มีการดำเนินการใดๆ

พล.ต.ต.พชร กล่าวว่า หากผู้ที่โพสต์อยู่ในเหตุการณ์หรือรู้รายละเอียด ก็ขอให้มาให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือจะมาให้ข้อมูลกับตนก็ได้ เพื่อจะได้ทำความจริงให้กระจ่าง แต่ยืนยันว่า ขณะนี้ข้อมูลของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับนั้น เป็นเรื่องของการทำร้ายร่างกาย และในห้วงเวลาดังกล่าว ก็ไม่ได้มีการแจ้งความเกี่ยวกับคดีหญิงสาวถูกข่มขืนแต่อย่างใด ขณะเดียวกัน ก็จะได้ติดตามตัวผู้ที่โพสต์ข้อความมาสอบสวนด้วยอีกทางหนึ่ง

ด้าน พ.ต.อ.นพดล ถิรประวัติ ผกก.สภ.ฉลอง กล่าวเพิ่มเติมว่า ความคืบหน้าของคดีนั้นทางพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้องไปแล้วร่วม 10 ปาก เช่น บิดา มารดา เพื่อน เป็นต้น และจากการพูกคุยกับทางบิดานั้นก็บอกว่า ให้ดำเนินการไปตามขั้นตอนของกฎหมาย นอกจากนี้ ก็มีการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในบริเวณจุดเกิดเหตุ และใกล้เคียง เพื่อหาเส้นทางที่คนร้ายหลบหนีด้วย แต่เนื่องจากวันเกิดเหตุเป็นช่วงเวลากลางคืน ภาพที่ปรากฏนั้นไม่ชัดเจนมากนัก และทางตำรวจก็ยังมีการติดตามสืบสวนเพื่อหาตัวคนร้ายมาโดยตลอด