แข้ง 19 ปีไทยหอบแชมป์อาเซียนกลับถึงเมืองไทย “โค้ชจุ่น” อนุรักษ์ ศรีเกิด ปล่อยนักเตะพัก
1 สัปดาห์ก่อนเรียกกลับเข้าแคมป์เก็บตัวฝึกซ้อมอีกครั้งวันที่ 14 ก.ย.เพื่อเตรียมทีมเตะชิงแชมป์เอเชีย 2016 รอบคัดเลือก ต่อ พร้อมเล็งดาวเด่นจาก “โค้กคัพ” เรียกเสริมทีม
นักเตะไทยที่ไปคว้าแชมป์ฟุตบอลอายุไม่เกิน 19 ปีชิงแชมป์อาเซียน 2015 ที่ประเทศลาว เดินทางกลับมาถึงไทยแล้วเมื่อวันที่ 5 กันยายน ด้วยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ ทีจี 571 โดยมี ธีรพงษ์ วัฒวงศ์ภิญโญ รองเลขาธิการสมาคมฟุตบอลฯและแฟนบอลไทยไปรอต้อนรับที่สนามบินสุวรรณภูมิ
“โค้ชจุ่น” อนุรักษ์ ศรีเกิด กุนซือทีมเยาวชนไทยกล่าวว่า ทีมจะปล่อยนักเตะพักประมาณ 1 สัปดาห์ จากนั้นจะกลับมาเข้าแคมป์อีกครั้งวันที่ 14 กันยายนเพื่อเตรียมทีมแข่งขันเกมชิงแชมป์เอเชีย รอบคัดเลือก ต่อไป รวมถึงทีมงานจะเดินสายหาผู้เล่นในรายการโค้กคัพมาเสริมด้วย
“ก่อนเกมนัดชิงชนะเลิศที่ลาว ผมนำรูปโค้ชเวียดนามและคำพูดที่บอกว่าที่ไทยเอาชนะคู่แข่งสวยงามมาตลอดก่อนถึงรอบชิงชนะเลิศเพราะยังไม่เจอทีมแข็งแกร่งมาให้นักเตะไทยดู ทำให้ทุกคนมีจิตใจฮึกเหิมและเอาชนะเวียดนามอย่างขาดลอย 6-0 ในนัดชิงชนะเลิศจนคว้าแชมป์มาอย่างสวยงาม” โค้ชจุ่น กล่าว
สำหรับฟุตบอลอายุไม่เกิน 19 ปีชิงแชมป์เอเชีย รอบคัดเลือก กลุ่มเอช จะแข่งขันระหว่างวันที่ 28 กันยายน - 6 ตุลาคมนี้ โดย ไทย อยู่ร่วมกลุ่มกับ เกาหลีใต้ สิงคโปร์ ไต้หวัน และ หมู่เกาะนอร์ทเทิร์น มารีนา
ในขณะที่ความเคลื่อนไหวจากเหตุการณ์ความวุ่นวายในฟุตบอลอายุไม่เกิน 19 ปีชิงแชมป์อาเซียน 2015 นัดชิงชนะเลิศที่ ไทย ชนะ เวียดนาม 6-0 ที่สนามกีฬาแห่งชาติสปป.ลาว เมื่อวันที่ 4 กันยายน โดยแฟนบอลไทยกลุ่มหนึ่งได้ทำผิดข้อห้ามด้วยการจุดพลุไฟบนอัฒจันทร์ ทำให้เจ้าหน้าที่ของลาวได้เข้ามาห้ามปรามก่อนเกิดเหตุปะทะกันระหว่างแฟนบอลกับตำรวจแล้วมีแฟนบอลเวียดนามขว้างปาสิ่งของใส่กองเชียร์ไทย
ภายหลังเหตุการณ์สงบ เจ้าหน้าที่ลาวได้จับกุมตัวแฟนบอลไทยจำนวน 25 คนไปกักตัวไว้ที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง โดย สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ เวียงจันทน์ ได้ทำการประสานความช่วยเหลืออยู่ตลอดตั้งแต่คืนเกิดเหตุ กระทั่งวันที่ 5 กันยายน สถานเอกอัครราชฑูต ณ เวียงจันทน์ จึงได้ออกหนังสือแถลงการณ์ 2 ฉบับ
แถลงการณ์ ฉบับแรก ระบุว่า สถานทูตเอกอัครราชทูต ได้ทราบข่าวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และได้เห็นว่ากองเชียร์บางกลุ่มจากประเทศไทยได้กระทำการที่ไร้มารยาทต่อเจ้าหน้าที่ของ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สถานทูตเอกอัครราชทูต มีความเสียใจและขอโทษต่อเจ้าหน้าที่และพี่น้องประชาชนคนลาวต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
หลังจากนั้นมีแถลงการณ์ฉบับที่ 2 ตามมาระบุว่า ในวันนี้ (5 กันยายน) เวลา 11.00 น. เจ้าหน้าที่ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ได้เชิญผู้แทน สถานทูตเอกอัครราชทูตฯ เข้าพบเพื่อชี้แจงทำความเข้าใจและรับตัวกองเชียร์ไทยที่ถูกควบคุมตัวทั้ง 25 คนกลับไทย ทั้งนี้กลุ่มคนไทยได้แสดงความขอบคุณเจ้าหน้าที่ฝ่ายลาวและไทย และกล่าวว่าถือเป็นบทเรียนครั้งสำคัญและสัญญาว่าจะไม่ให้เกิดกรณีเช่นนี้ขึ้นอีก
สำหรับแฟนบอลไทยทั้ง 25 คนได้ถูกส่งตัวกลับประเทศไทย ที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง สะพานมิตรภาพไทย-ลาว จ.หนองคาย ในช่วงบ่ายเรียบร้อยแล้ว
ด้าน “บังยี” นายวรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ กล่าวว่า ทันทีที่เกิดเรื่องได้พยายามประสานในทุกฝ่าย ทราบว่ามีเหตุทำร้ายร่างกายกันในสนาม โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจลาวพยายามไปเชิญกองเชียร์ที่จุดพลุไฟออกจากสนาม เรื่องที่เกิดขึ้นถือว่าร้ายแรงจึงได้ประสานสถานทูตไทยรวมถึงนายกสมาคมฟุตบอลลาว แต่เนื่องจากเป็นคดีความจึงต้องให้ทางราชการเข้าไปคุย
“ที่ผ่านมาไม่เคยเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกและถือว่าเสียหายมาก จึงอยากจะฝากเตือนแฟนบอลว่าการเดินทางไปเชียร์ฟุตบอลในต่างประเทศไทยจะต้องเคารพกฎหมายของประเทศนั้นๆด้วย ไม่ใช่ว่าอยากจะทำอะไรก็ทำ ตอนนี้ต้องรอดูท่าทีของ สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย ก่อนว่าจะมีบทลงโทษตามมาหรือไม่ ส่วนแฟนบอลกลุ่มนี้ทางเรามีประวัติอยู่แล้ว” นายวรวีร์ กล่าว
“ช้างศึก” ชุดใหญ่หาสนามซ้อมเพิ่ม
ความเคลื่อนไหว ทีม “ช้างศึก” ชุดใหญ่ ที่มีคิวลงสนามทำศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 2 วันที่ 8 กันยายนนี้ โดยจะเปิดราชมังคลากีฬาสถาน พบอิรัก เวลา 19.00 น. ซึ่งผลงานของไทย 2 นัดแรก เปิดบ้านชนะ เวียดนาม 1-0 และบุกชนะไต้หวัน 2-0 มี 6 คะแนนเต็ม นั้น ล่าสุดเมื่อวันที่ 5 กันยายน “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เฮดโค้ชทีมชาติไทย นำลูกทีมฝึกซ้อมที่ราชมังคลากีฬาสถาน โดยหลังการซ้อม “ซิโก้" กล่าวว่าสภาพผู้เล่นในทีมตอนนี้มีความสมบูรณ์ 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่มีใครบาดเจ็บเพิ่มเติม โดย กรวิทย์ นามวิเศษ กองหลังที่ปวดท้องก็หายแล้ว
“จากการศึกษาเทปการเล่นของอิรักมา เป็นทีมที่มีผู้เล่นตัวสูงใหญ่ เล่นลูกกลางอากาศได้ดี รวมไปถึงลูกเซตพีซด้วย ดังนั้นจะต้องเน้นในเกมรับเป็นพิเศษ อย่างไรก็ตามจะยังไม่ทิ้งสไตล์ของไทยคือการเล่นเกมรุก เพียงแต่จะต้องกำชับกับนักเตะว่าต้องคมมากกว่านี้ อย่างน้อยขึ้นเกมรุกไปจะต้องจบให้ได้เพื่อป้องกันการโดนสวนกลับ หลังจากนี้ในช่วง 2-3 วันที่เหลือก่อนแข่งขันจะให้นักเตะศึกษาวิธีการเล่นของอิรักจากเทปที่ได้มาและทบทวนแผนการเล่นที่จะใช้ต่อไป”
“ซิโก้” กล่าวต่อไปว่า การกีฬาแห่งประเทศไทย หรือ กกท. อนุญาตให้ซ้อมที่ราชมังคลากีฬาสถานได้ อย่างไรก็ตามหากมีฝนตกลงมาได้ขอความร่วมมือให้เลี่ยงการซ้อมเนื่องจากเกรงว่าสภาพสนามจะมีปัญหาในวันแข่งขัน
“เราพร้อมให้ความร่วมมือกับ กกท. และเล็งสนามอื่นเป็นที่ฝึกซ้อมแทนแล้ว ซึ่งเราเห็นด้วยที่จะไม่ซ้อมในสนามราชมังคลากีฬาสถาน หากมีฝนตกลงมาอย่างหนัก เพราะเกรงว่าสนามจะมีปัญหาซึ่งนั่นจะส่งผลเสียต่อการเล่นของทีมชาติไทยเอง ที่มีแท็กติกการเล่นบอลบนพื้นเป็นหลัก”
ในขณะที่ ทีม “สิงห์ทะเลทราย” อิรัก ภายใต้การคุมทีมของ ยะยาห์ อัลวาน ที่คุมทีมนัดแรกชนะไต้หวัน 5-1 ศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก เดินทางถึงประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งการเดินทางมาครั้งนี้นำทีมโดย ยูเนส มามูด กองหน้าวัย 32 ปี เจ้าของรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมเอเชี่ยนคัพ 2007 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ, อาลี อัดนัน วิงแบ็กซ้ายจากอูดิเนเซ ทีมในลีกกัลโช ซีรีส์ เอ อิตาลี, ยาสเซอร์ คาซิม มิดฟิลด์จากสวินดอน ทาวน์ ในลีกอังกฤษ





