ผู้ว่าฯขอนแก่น ถกเครียด หาทางออกหลังม็อบประท้วงคัดค้านย้ายบขส.บานปลายถึงขั้นเผาหุ่นฟาง และปักหลักนอนเฝ้าหน้าอาคารศาลากลาง
ที่หน้าอาคารศาลากลางจังหวัดขอนแก่น ยังคงมีกลุ่มชาวบ้านที่คัดค้านการย้าย บขส. และขอใช้สถานีขนส่งรถโดยสารสองแห่ง รวมตัวกันนั่งชุมนุมที่บริเวณหน้าอาคารและโดยรอบ โดยมีการนำเอาโลงศพมาตั้งเป็นสัญลักษณ์ที่บันไดทางขึ้นอาคารหลังจาก ได้มีการเผาหุ่นฟางติดภาพแทนผู้ว่าราชการจังหวัดและขนส่งจังหวัด ในช่วงกลางวันที่ผ่านมาและผู้ชุมต่างก็ยืนยันจะปักหลักพร้อมกับยกระดับการประท้วง จนกว่าจะได้คำตอบว่าให้มีการใช้สองสถานี
ขณะเดียวกันที่ ห้องประชุมความมั่นคง ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น นายกำธร ถาวรสถิตย์ ผวจ.ขอนแก่น พร้อมด้วย พล.ต.ต.จิตจรูญ ศรีวนิชย์ ผบก.ภจว.ขอนแก่น นายกนก ศิริพาณิชกร ขนส่งจังหวัด นายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธุ์ นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น พ.อ.จตุรพงศ์ บกบน รอง ผอ.กอ.รมน.จ.ขอนแก่น ได้ประชุมโดยในช่วงแรกได้มีตัวแทนของกลุ่มผู้ชุมนุมเข้าห้องประชุมด้วย แต่การเจรจาก็ไม่เป็นผล เนื่องจากทางฝ่ายผู้ชุมนุมต้องการให้เกิดความชัดเจนว่าจะไม่มีการย้ายจุดจอดรับส่งผู้โดยสารระยะสั้นออกไปทั้งหมด โดยให้ใช้สถานีขนส่งทั้งสองแห่งเช่นปัจจุบัน ตัวแทนแกนนำจึงออกจากห้องประชุม
นายกำธร ถาวรสถิตย์ ผวจ.ขอนแก่น ให้สัมภาษณ์ว่า อยากให้มีการเจรจากันมากกว่า ที่ผ่านมาก็พูดกันให้เหตุผลกันมาโดยตลอด แต่ก็เคารพความเชื่อของทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายสนับสนุน ส่วนการปฏิบัติของจังหวัดก็คงต้องทำตามคำสั่งของกรมฯ ไม่อย่างนั้นก็ถือว่าทำผิด ส่วนรถหมวด 4 ที่เป็นรถรับส่งโดยสารระยะสั้นจากหมู่บ้านหรืออำเภอรอบนอกนั้น ที่ประชุมและอำนาจของจังหวัด เห็นว่าให้สามารถแวะรับส่งที่สถานีขนส่งแห่งที่ 1 ได้แต่ไม่ใช่เป็นที่จอดพัก แต่กลุ่มผู้ชุมนุมก็ยังไม่ยอมรับยังคงปักหลักที่หน้าศาลากลาง ก็คงจะต้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารดูแลความปลอดภัย
รายงานแจ้งว่า หลังจากที่มีการประชุมจนถึง 22.00 น. ได้มีการทยอยกลับ โดยไม่มีผู้ใดลงมาพูดคุยหรือพบปะกับกลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งในที่ประชุมได้มีการนำข้อเสนอของผู้ชุมนุมแจ้งไปยังอธิบดีกรมการขนส่งรวมทั้ง รมช.คมนาคม ซึ่งผลจะออกมาอย่างไร ผู้ว่าราชการจะแจ้งหรือแถลงอีกครั้งหนึ่ง
ส่วนผู้ชุมนุมก็ได้ปักหลักนอนที่หน้าอาคารศาลากลาง โดยได้มีการช่วยกันขนข้าวของเครื่องใช้ พัดลม เครื่องนอน อุปกรณ์ทำกับข้าวมาตั้งเพื่อประกอบอาหารและนอนที่หน้าอาคารศาลากลาง ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และกำลังทหารทั้งในและนอกเครื่องแบบจำนวนมาก ซึ่งได้มีการเข้มงวดการตรวจคนเข้าออก เนื่องจากเกรงว่าจะมีบุคคลที่สามมาสร้างสถานการณ์




