ดันตรวจยีนป้องกันแพ้ยารุนแรงเข้าสิทธิบัตรทอง

ดันตรวจยีนป้องกันแพ้ยารุนแรงเข้าสิทธิบัตรทอง

"ไฮแท็ป" ดันตรวจยีนป้องกันผื่นแพ้ยาชนิดรุนแรง เข้าชุดสิทธิประโยชน์บัตรทอง

"ไฮแท็ป" ดันตรวจยีนป้องกันผื่นแพ้ยาชนิดรุนแรง เข้าชุดสิทธิประโยชน์บัตรทอง เลี่ยงการแพ้รุนแรงในกลุ่มอาการสตีเวนส์จอห์นสัน-TEN จากยาคาร์บามาซีปีน

นพ.ยศ ตีระวัฒนานนท์ หัวหน้าโครงการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ หรือ ไฮแท็ป (Hitap) และ ภญ.วรัญญา รัตนวิภาพงษ์ นักวิจัยไฮแท็ป ร่วมแถลงข่าว“โครงการเมธีวิจัยอาวุโส เชื่อมงานวิจัยสู่นโยบาย”จัดโดยไฮแท็ป และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย(สกว.)โดย นพ.ยศ กล่าวว่า ไฮแท็ปได้มีการประเมินความคุ้มค่าทางการแพทย์ของการให้บริการตรวจยีนHLA-B*1502(เอชแอลเอ บี 1502) เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดผื่นแพ้ยาชนิดรุนแรง ในกลุ่มอาการสตีเวนส์จอห์นสัน (Stevens-Johnson syndromeหรือ โรคSJS)และภาวะแพ้ยาที่ก่ออาการต่อผิวหนังและต่อเยื่อเมือกบุอวัยวะภายในต่างๆอย่างรุนแรง(Toxic epidermal necrolysisหรือTEN)จากยาคาร์บามาซีปีน (Carbamazepine) เนื่องจากพบว่ายีนHLA-B*1502มีโอกาสพบมากในผู้ป่วยโรคลมชัก และภาวะปวดปลายประสาท (Neuropathic pain)

“ผู้ป่วยที่มีอาการผื่นแพ้ในกลุ่มนี้ ทุกข์ทรมานมาก แต่หากหาทางป้องกันด้วยการตรวจยีนได้ก็จะช่วยได้ทางหนึ่ง ซึ่งทีมวิจัยได้เสนอสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) ถึงโอกาสในการเพิ่มเข้าสู่สิทธิประโยชน์ เบื้องต้นคณะอนุกรรมการสิทธิประโยชน์ของคณะกรรมการ สปสช. พิจารณาว่าควรมีการเพิ่มสิทธิดังกล่าวแต่ต้องเฉพาะผู้ป่วย 2 กลุ่มที่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญวินิจฉัยว่าจำเป็นต้องตรวจ และจะมีการเสนอต่อคณะอนุกรรมการพัฒนาระบบการเงินการคลัง ของบอร์ดสปสช.ต่อไป”นพ.ยศ กล่าว

ภญ.วรัญญากล่าวว่า การตรวจยีนกำลังเป็นที่สนใจในวงการสาธารณสุข เพราะสามารถประเมินความเสี่ยงในการเกิดผื่นแพ้ยาของผู้ป่วยแต่ละคน โดยการเกิดผื่นแพ้ยาชนิดSJS/TENส่งผลกระทบอย่างยิ่งต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย ซึ่งการตรวจยีนHLA-B*1502เนื่องจากพบว่ายีนดังกล่าวพบมากในคนเอเชีย และพบว่าหากคนที่มียีนชนิดนี้ได้กินยาคาร์บามาซีปีน จะมีโอกาสผื่นแพ้มากกว่า 55 เท่า ดังนั้น หากตรวจยีนนี้ได้ก็มีโอกาสลดการเกิดผื่นแพ้ ซึ่งในไต้หวันประกาศให้มีการตรวจยีนชนิดนี้ในชุดสิทธิประโยชน์ทีเดียว

“สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุขพร้อมทั้งศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์รวม 9 แห่ง และโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยหลายแห่งได้พัฒนาวิธีการตรวจ และเปิดให้บริการตรวจทางด้านเภสัชพันธุศาสตร์ รวมทั้งการตรวจคัดกรองยีนดังกล่าว จากการประมาณการมีผู้ป่วยใหม่ที่จะได้รับยาคาร์บามาซีปีน 14,183-55,314คนต่อปี และในกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ก็เปิดบริการตรวจดังกล่าวเช่นกัน โดยหากคิดเป็นค่าใช้จ่ายก็ตกครั้งละ 1,500บาท การที่จำเพาะยาคาร์บามาซีปีน เนื่องจากเป็นยาทางเลือกแรกในการรักษาผู้ป่วยโรคลมชัก และปวดปลายประสาท ประกอบกับยาดังกล่าวมีประสิทธิภาพที่ดี”ภญ.วรัญญา กล่าว