'ยศชนัน' ชูนโยบาย 'ไทยไร้จน' เติมเงิน 3,000บ.ให้คนด้อยโอกาส

'ยศชนัน' ชูนโยบาย 'ไทยไร้จน' เติมเงิน 3,000บ.ให้คนด้อยโอกาส

"ยศชนัน" หารือเยาวชน-ประชาชนย่านบางรัก พร้อมโชว์ฟิตเล่นฟุตซอล พร้อมชูนโยบายเร่งด่วน ไทยไร้จน ด้วยการเติมเงิน 3,000 บาทต่อเดือนให้คนด้อยโอกาส

ที่ศูนย์นันทนาการบางรัก (ใต้ทางด่วน) กทม. นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยคณะผู้บริหารพรรคและผู้สมัคร สส. เขตและสส.บัญชีรายชื่อ อาทิ  นายจักรพงษ์ แสงมณี นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยและผู้สมัคร ส.ส. บัญชีรายชื่อ นพ.ญาณกิตติ์ ห่วงทรัพย์ ผู้สมัคร ส.ส. กทม. เขต 1 น.ส.บุณยกร ดำรงรัตน์ ผู้สมัคร ส.ส. กทม. เขต 4  นายพีรวิชญ์ ขันติศุข และนางญาณิกา เทียนทอง ผู้สมัคร ส.ส. บัญชีรายชื่อ ลงพื้นที่เขตบางรัก เพื่อพบปะเยาวชนและประชาชน ในพื้นที่ พร้อมรับฟังปัญหาและแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาพื้นที่สาธารณะ เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ใต้ทางด่วนและบริเวณโดยรอบอย่างคุ้มค่า ตอบโจทย์คนในชุมชน

สำหรับบรรยากาศการลงพื้นที่ดังกล่าว พบว่า นายยศชนัน ได้ร่วมเล่นฟุตซอลและบาสเกตบอลกับกลุ่มนักเรียนที่มาออกกำลังกายด้วย 

ทั้งนี้ นายยศชนัน กล่าวภายหลังการแลกเปลี่ยนความเห็นว่า ความสำเร็จในการทำงานต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทั้ง กทม. และกระทรวงต่างๆ การพูดคุยในวันนี้ทำให้เห็นความชัดเจนในความต้องการของพื้นที่ โดยเฉพาะเรื่องคุณภาพอากาศและความปลอดภัย ซึ่งพรรคเพื่อไทยเตรียมนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยดูแล เพื่อให้พ่อแม่พี่น้องและเยาวชนใช้งานพื้นที่ได้อย่างมั่นใจ การออกแบบเมืองใหม่  คือการสร้างโอกาสให้ลูกหลานได้พบปะผู้คน เรียนรู้ความหลากหลายในสภาพแวดล้อมที่ดี เพื่อก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง

นายยศชนัน กล่าวต่อว่าส่วนของนโยบายเร่งด่วน  คือ ต้องทำให้คนไทยไร้จน จากการลงพื้นที่ทำให้เห็นปัญหาเชิงลึก เช่น ผู้สูงอายุที่อยู่ลำพัง หรือครอบครัวที่มีผู้ป่วยติดเตียงและแบกรับภาระค่าผ้าอ้อมผู้ใหญ่ ซึ่งสวัสดิการเดิมอาจไม่เพียงพอ รัฐบาลจึงมีนโยบายเติมเงินให้ประชาชนมีรายได้สูงกว่าเส้นความยากจน อย่างน้อย 3,000 บาทต่อเดือน

'ยศชนัน' ชูนโยบาย 'ไทยไร้จน' เติมเงิน 3,000บ.ให้คนด้อยโอกาส

"หลายคนอาจมองว่าเป็นการแจกเงิน แต่แท้จริงแล้วนี่คือกระบวนการดึงข้อมูลเข้าระบบ เพื่อให้รัฐทราบพิกัดความเดือดร้อนที่แท้จริง ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบจากการปรับสายรถเมล์ในคลองเตย หรือภัยพิบัติต่างๆ หากรัฐมีข้อมูลเหล่านี้ เราจะสามารถเข้าช่วยเหลือได้ทันท่วงที เช่น กรณีน้ำท่วม ต้องช่วยชีวิตคนก่อน กฎระเบียบว่ากันทีหลัง เพื่อให้เขากลับมายืนได้ด้วยตัวเอง เพราะประเทศไทยและคนไทยคือทีมเดียวกัน" นายยศชนัน กล่าว

นายยศชนัน กล่าวต่อว่า ขณะที่สังคมสูงวัย ตนมองว่าวัย 60 ปี คือการเริ่มต้นชีวิตใหม่ สามารถรีสกิล สร้างอาชีพจากสิ่งที่รัก รวมถึงนำประสบการณ์มาถ่ายทอดข้ามรุ่น เช่น อดีตนักกีฬาทีมชาติ ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการพื้นที่สาธารณะให้เอื้อต่อเศรษฐกิจชุมชน จัดสรรพื้นที่แนวตั้งให้คุ้มค่าเหมือนโมเดลในญี่ปุ่น เพื่อให้พ่อค้าแม่ขายทำมาหากินรอบพื้นที่ได้ โดย ศ.ดร.ยศชนัน ได้ทิ้งท้ายขอโอกาสให้ผู้สมัคร ส.ส. พรรคเพื่อไทย ทั้ง 33 เขต ได้เข้าไปทำงานรับใช้ประชาชน