วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

นัดถกอาชีวะเอกชนไม่รับสัก-ระเบิดหูเรียน13สค.นี้

“อดินันท์” เลขาธิการ กช. นัดถกนายก สวอท. รื้อสัตยาบรรณไม่ได้รับเด็กมีรอยสัก-ระเบิดหูเข้าเรียน

นายอดินันท์ ปากบารา เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) เปิดเผยภายหลังหารือร่วมกับคณะผู้แทนโรงเรียนเอกชน ประมาณ 20 ราย ว่า เนื่องจากกลุ่มโรงเรียนเอกชน ได้ทราบข่าวว่ามีข้อเสนอแนะให้จัดตั้งหน่วยงานกลาง ที่อยู่ภายใต้การกำกับของสำนักนายกรัฐมนตรี มาดูแลกลุ่มโรงเรียนเอกชนแทน สำนักงานคณะะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) จึงรู้สึงกังวลใจจึงประสานขอเข้าพบตนในฐานะเลขาธิการ กช.เพื่อยืนยันว่าต้องการให้มี สช. เป็นหน่วยงานที่ดูแลโรงเรียนเอกชนอย่างในปัจจุบัน รวมทั้งมีข้อเสนอให้มีการจัดตั้ง สช.จังหวัดเกิดขึ้นด้วยเพื่อดูแลโรงเรียนเอกชนในต่างจังหวัดได้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม ได้พูดกับคณะผู้แทนโรงเรียนเอกชนด้วยว่าอยากให้เข้ามาช่วย สช.ในเรื่องการปฎิรูปการศึกษาเอกชนด้วย โดยเฉพาะการแก้ไขกฎหมายเอกชนในบางประเด็น อาทิ โรงเรียนนานาชาติอยากมีคณะกรรมการดูแลโรงเรียนนานาชาติเองโดยเฉพาะ หรือ การเปิดกว้างให้เข้าเรียนได้โดยไม่จำกัดสัญชาติ เพื่อการเป็นผู้นำการศึกษานานาชาติในอนาคต เป็นต้น

เลขาธิการ กช.กล่าวต่อว่าส่วนกรณีที่สมาคมวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย (สวอท.) มีมติลงสัตยาบันจะไม่รับนักศึกษาที่มีรอยสักและระเบิดหูในปี 2559 นั้น ในวันที่ 13 สิงหาคมนี้ สช.จะมีการหารือร่วมกับทาง สวอท.ซึ่งน่าจะมีทางออกในเรื่องดังกล่าว และขอยืนยันว่าเด็กคนอยากเรียนต้องได้เรียนอย่างแน่นอน

ด้าน รศ.ดร.จอมพงศ์ มงคลวณิช นายก สวอท. กล่าวว่า ขณะนี้ได้รับการประสานมาจากทาง สช.นัดหมายเพื่อร่วมหารือเกี่ยวกับมาตรการที่ทางวิทยาลัยอาชีวะเอกชนจะไม่รับนักศึกษาที่มีรอยสัก-ระเบิดหูเข้าเรียนในปีการศึกษา 2559 แล้ว ทั้งนี้ไม่สามารถตอบได้เวลานี้ว่าจะยกเลิกหรือไม่อย่างไร เพราะมติดังกล่าวเป็นการหารือกันในกลุ่มวิทยาลัยอาชีวศึกษาเอกชน 19 สถาบันที่เปิดสอนด้านช่างอุตสาหกรรม เป็นการขอความร่วมมือเพื่อจะร่วมกันดูแลความประพฤติของนักเรียน นักศึกษากันอย่างใกล้ชิด ให้อยู่ในกรอบมีการแต่งกายที่ถูกระเบียบเหมาะสม ไม่พกพาอาวุธ ยาเสพติด ซึ่งไม่ได้เป็นการบังคับในภาพกว้างไปถึงวิทยาลัยอาชีวะเอกชนอื่นๆ หรือบังคับว่าทุกวิทยาลัยห้ามรับเด็ดขาด เพราะที่สุดแล้วการตัดสินใจใดๆก็ตามขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแต่ละวิทยาลัยเอง