"กองปราบ" จับสาววัย22ชาวสว่างแดนดิน แอบอ้างเป็นญาติเหยื่อ หลอกยืมเงินผ่านไลน์
ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป) เมื่อเวลา 11.00น. วันที่ 5 ส.ค. พล.ต.ต.อัคราเดข พิมลศรี ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.ไพโรจน์ โรจนขจร ผกก.2บก.ป., ด.ต.เกียรติเฉลิม รักษ์งาม ผบ.หมู่ กก.2บก.ป. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2บก.ป. ได้ทำการจับกุมน.ส.กฤติกา อายุ22ปี ชาวอ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดบุรีรัมย์ ที่ จ.153/2558 ลงวันที่9ก.ค.2558 โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณหน้าร้านแห่งหนึ่ง ซอยแบริ่งตัดใหม่ แขวงและเขตบางนา
ทั้งนี้สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2บก.ป. ได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ประโคนชัยว่า น.ส.กฤติกา ผู้ต้องหารายนี้ได้หลบหนีเข้ามาพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ย่านบางนา หลังก่อเหตุหลอกลวงเอาเงินของผู้เสียหายรายหนึ่งจำนวน8,000บาทเหตุเกิดในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์
โดยพฤติการณ์ของผู้ต้องหารายนี้ได้แอบอ้างตัวเป็นญาติของผู้เสียหายด้วยการนำภาพญาติของผู้เสียหายมาจากแอพพลิเคชั่นเฟซบุ๊คแล้วนำมาใส่ในแอคเค้าท์ไอดีแอพพลิเคชั่นไลน์ ก่อนจะติดต่อไปหาเหยื่อแล้วออกกลอุบายว่ามีปัญหาขาดสภาพคล่องทางการเงินเพื่อขอยืมเงิน เมื่อเหยื่อหลงเชื่อคิดว่าเป็นญาติจริงจึงโอนเงินเข้าบัญชีของผู้ต้องหารายนี้ตามที่ร้องขอ กว่าจะมารู้ตัวว่าถูกหลอกในภายหลังจึงเข้าแจ้งความ ไว้ที่ สภ.ประโคนชัยต่อมาทราบว่าผู้ต้องหาได้หลบหนีมาทำงานอยู่ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในซอยลาซาลจึงนำกำลังเข้าจับกุมตัวได้ดังกล่าว
จากการสอบสวน น.ส.กฤติกา ให้การปฏิเสธ โดยอ้างว่าไม่มีส่วนรู้เห็นกับเรื่องดังกล่าว แต่ยอมรับว่าเลขบัญชีที่ใช้ในการโอนรับเงินดังกล่าวเป็นของเจ้าตัวจริง แต่ก่อนหน้านี้ได้มีเพื่อนสาวคนหนึ่งชื่อน.ส.สาธิญา อายุ24ปี ซึ่งเป็นเพื่อนที่ทำงานร่วมกัน ได้เข้ามาขอยืมเลขบัญชีธนาคาร ซึ่งอ้างว่าจะมีญาติโอนเงินเข้ามาให้เมื่อประมาณเดือนเมษายน2558ที่ผ่านมา แต่ไม่ได้เอะใจอะไรจึงให้เลขบัญชีแก่น.ส.สาธิญาไป ครั้งแรกมีเงินเข้าบัญชีจำนวน 3,000 บาท ครั้งที่สองจำนวน 8,000 บาท ก่อนจะมารู้ตัวอีกทีว่าถูกออกหมายจับดังกล่าว
อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การจึงแจ้งข้อกล่าวหา”ฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น” ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.ประโคนชัย รับตัวไปสอบสวนข้อเท็จจริงและดำเนินคดีต่อไป





