วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กฟผ.ประกาศใช้ 'เทพาโมเดล' พัฒนาโครงการโรงฟ้าทั่วประเทศ

เวทีค.3 "โรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา" ฉลุย ด้านกฟผ.ประกาศใช้ "เทพาโมเดล" พัฒนาโครงการโรงฟ้าทั่วประเทศ

เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 28 กรกฎาคม 2558 ณ องค์การบริหารส่วนตำบลปากบาง (อบต.ปากบาง) อ.เทพา จ.สงขลา การจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียครั้งที่ 3 (ค.3) โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินและโครงการท่าเทียบเรือ สำหรับโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา ซึ่งเป็นวันที่ 2 เสร็จสิ้นลงอย่างเรียบร้อย ไร้เหตุความวุ่นวาย

โดยในวันที่ 27 ก.ค.ที่ผ่านมา เป็นการรับฟังความเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียในส่วนของโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา ในขณะที่วัน 28 ก.ค.เป็นการรับฟังความเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสีย โครงการท่าเทียบเรือสำหรับโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา

นายพล คงเสือ ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า 3 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยกับ “ผู้สื่อข่าว” ถึงความพร้อมของการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียครั้งที่ 3 (ค.3)โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินและโครงการท่าเทียบเรือสำหรับโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา วันที่ 27-28 ก.ค. ที่ผ่านมาว่า

การประชุมทั้ง 2 วันเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่เหตุการณ์หรือความวุ่นวายเกิดขึ้นในเวที ซึ่งข้องกังวลและข้อเสนอแนะจากชุมชน ทางการกฟผ.และบริษัทที่ปรึกษาก็จะนำไปปรึกษาหารือศึกษาหามาตรการป้องกัน ในสิ่งที่ชุมชนหรือประชาชนเข้ายังมีข้อห่วงใย ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นสิ่งที่อยู่ในแผนของกฟผ.อยู่แล้ว

“ปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นและประสบความสำเร็จวันนี้ น่าจะเป็น “เทพาโมเดล” เพราะว่าชุมชนที่สนับสนุนโครงการทั้งก็มีความยินดี และโห่ร้องด้วยความยินดีที่การจัดทำเวทีผ่านพ้นไปด้วยดี สำหรับขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในครั้งนี้”

ส่วนที่มาของ “เทพาโมเดล” เป็นสิ่งที่ทางกฟผ.ทำงานด้านมวลชน เราร่วมมือกับชุมชนสร้างความเข้าใจโดยให้ชุมชน เริ่มจากชุมชนเล็กๆ สร้างความเข้าใจเรื่องโรงไฟฟ้าถ่านหินก่อน หลังจากนั้นจึงให้ชุมชนไปพูดต่อและขยายความ ในขณะที่ทางกฟผ.ก็ป้อนข้อมูลให้กับชุมชนทุกกลุ่ม และให้ชุมชนปรึกษาหารือกัน

ซึ่งในอดีตการที่จะทำความเข้าใจกับชุมชนเราจะใช้คนของกฟผ.เป็นคนดำเนินการ เข้าไปให้ข้อมูลชุมชนโดยตรง แต่มาวันนี้ คำว่า “เทพาโมเดล” ก็คือเราเปลี่ยนวิธีใหม่ก็คือ ให้ชุมชนเขาปรึกษาหารือกันเองในขณะเดียวกันเราก็เป็นทำการป้อนข้อมูลให้ตามความต้องการของเขา

เช่น การไปดูงาน การขอข้อมูลเพิ่มเติม หรือข้อฟังข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญโดยตรง จากนักวิชการอย่างนี้เป็นต้น ซึ่งถือเป็นรูปแบบใหม่ของการทำงานมวลชน ซึ่งหลังจากเสร็จสิ้นเวทีค.3 วันนี้ ก็ได้มีการพูดคุยกับทีมงานกลุ่มที่เคยทำงานมวลชนที่กระบี่ เคยทำที่โรงไฟฟ้าพระนครเหนือ หรือแม้แต่แม่เมาะเอง

ซึ่งเขาก็เห็นว่ารูปแบบการทำงานมวลชนที่อ.เทพา น่าจะเอามาศึกษาและนำมาปรับปรุงเพื่อนำไปใช้ในโครงการพัฒนาโรงฟ้าต่างๆของกฟผ.ทั่วประเทศ เพราะ “เทพาโมเดล” เป็นรูปแบบแรกที่สำหรับการทำงานมวลชนของกฟผ.ที่เน้นให้ชุมชนเขาคุยกันเอง ทำความเข้าใจกันเอง ดีกว่ากฟผ.ทำเอง

นายพล กล่าวว่า เบื้องหลังก่อนจะเป็น “เทพาโมเดล” เกิดจากกที่ได้มีการคุยกับฝ่ายความมั่นคง ซึ่งฝ่ายความมั่นคงจะพูดอยู่ 2 เรื่อง เรื่องแรก อยากจะให้เป็นความต้องการของชุมชนในพื้นที่จริงๆ หมายความว่าถ้าเขามีความหวังที่จะอยากจะได้โรงไฟฟ้าเขาก็ต้องแสดงออกถึงความหวังที่อยากจะได้ นั่นคือการออกมาจากบ้านมาร่วมกันคิดมาร่วมกันทำ

“ไม่ใช่ว่าชุมชนเห็นด้วย อยากได้ แต่เขากลับนอนอยู่ที่บ้านอย่างนี้ไม่ใช่”

เรื่องที่สองเมื่อเขาเห็นด้วยแล้วสิ่งที่เป็นไปได้เขาก็จะต้องทำหน้าที่พูดแทนกฟผ. เรื่องข้อมูลต่างๆของโรงไฟฟ้า เขาจะต้องทำหน้าที่พูดแทนกฟผ. เพราะหากให้ทางกฟผ.พูดเองมันเหมือนกับว่า สังคมไทยดูแล้วไม่น่าเชื่อถือ เนื่องจากเจ้าของโครงการเป็นคนพูดเอง

จากตรงนี้ก็จุดประกายความคิดว่า ถ้าเราทำให้ชุมชนให้เห็นให้ได้ว่าโรงไฟฟ้าที่มาในพื้นที่มันมีประโยชน์อย่างไร เมื่อมีประโยชน์อย่างไรแล้วความต้องการของชุมชน และสามารถตอบสนองความต้องการของชุมชนได้หรือเปล่า ถ้าได้เขาควรจะต้องทำอย่างไร ควรจะหาข้อมูลที่ไหน ไปดูงานที่ไหน กฟผ.ก็เป็นคนป้อนข้อมูลให้

“ถือครั้งแรกสำหรับการจัดทำเวทีรับฟังความเห็นที่มีความเรียบร้อยมากๆ”

สำหรับขั้นตอนต่อไปหลังจากการทำเวทีค.3 แล้ว ก็เป็นการศึกษาเพิ่มเติม หามาตรการของบริษัทเพื่อจัดทำร่างรายงานฉบับสมบูรณ์ส่งให้สผ.ต่อไป โดยทั้ง 2 วันในการจัดทำเวทีรับความคิดเห็นมีประมาณ 13,000 คน แยกเป็นวันที่ 27 จำนวน 8,000 คน และวันนี้ (28 ก.ค.) ประมาณ 5,000 คน