วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สอบเพิ่มปมเบรก-ถุงลมรถไม่ทำงาน คดีเสี่ยชูวงษ์

ลุยสอบเพิ่มคดีเสี่ยชูวงษ์ ปมเบรก-ถุงลมรถไม่ทำงาน ตำรวจเร่งสางคดี "เสี่ยชูวงษ์" พร้อมตั้งปม “เบรก-ถุงลมนิรภัย” มีปัญหาไม่ทำงาน

เร่งประสานผู้เชี่ยวชาญในต่างประเทศตรวจสอบโดยละเอียด ส่วนการเรียกพยานสอบผ่านไปแล้ว 20 ปาก เตรียมเรียกครอบครัวผู้ตายมาสอบเพิ่ม

เมื่อวันที่ 26 ก.ค. พ.ต.อ.นันทชาติ ศุภมงคล รรท.ผบก.น.4 เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีการเสียชีวิตของ นายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง อายุ 50 ปี นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างว่า ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างให้ชุดสืบสวนสอบสวนรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติมในทุกประเด็นที่ พล.ต.ต.ชาญเทพ เสสะเวช รอง ผบช.น.มอบหมายให้ไปทำ แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างประสานงานกับผู้เชี่ยวชาญเทคนิคเรื่องรถ มาดูรายละเอียดที่ยังไม่สิ้นสงสัยเกี่ยวกับการเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม จะมีการประชุมสรุปผลการสืบสวนสอบสวนทุกด้าน และจะรายงานให้พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. ทราบในต้นเดือน ส.ค. ต่อไป

รายงานข่าวจากชุดสืบสวนแจ้งว่า ภายหลังการประชุมเมื่อวันที่ 24 ก.ค. ที่ผ่านมา ทางผู้บังคับบัญชาให้รวบรวมหลักฐานให้ได้มากที่สุด เช่น กล้องวงจรปิด สถานที่เกิดเหตุ และหากต้องรวบรวมอะไรเพิ่มเติมก็ขึ้นอยู่กับปู้บังคับบัญชาสั่งการมาอีกครั้ง ทั้งนี้ประสานงานให้ผู้เชี่ยวชาญมาตรวจสอบเรื่องรถแล้ว แต่อยู่ระหว่างรอผลตรวจจากกองพิสูจน์หลักฐาน(พฐ.) เพื่อระบุสาเหตุการเสียชีวิตให้แน่ชัดอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นตำรวจตรวจพบว่า รถคันดังกล่าว เบรก และถุงลมนิรภัยมีปัญหาไม่ทำงาน จึงเป็นข้อสงสัยว่ามีผู้ตั้งใจกระทำให้เบรกกับถุงลมนิรภัยไม่ทำงานหรือไม่ ทั้งนี้ได้ประสานไปทางผู้เชี่ยวชาญของบริษัทที่นำเข้ารถยนต์คันดังกล่าวแล้ว แต่ทางบริษัทอ้างว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องประสานผู้เชี่ยวชาญต้นสังกัดที่ต่างประเทศเอง

นอกจากนี้ทางตำรวจได้สอบปากคำพยานไปแล้วทั้งหมด 20 ปาก อาทิ ก๊วนกอล์ฟ เจ้าหน้าที่ในสนามกอล์ฟเล็ควู้ด ญาติผู้ตาย รวมถึงโบรกเกอร์ ที่ทางกองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) เรียกสอบไปแล้ว ทางนครบาลได้ไปขอข้อมูลดังกล่าวมารวมไว้ในสำนวนเดียวกัน โดยสัปดาห์หน้าจะมีการเรียกครอบครัวผู้ตายมาสอบเพิ่มในบางประเด็นที่ยังไม่ได้สอบต่อไป ขณะเดียวกันมีรายงานข่าวแจ้งจะมีการเรียก พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีต สส.นครสวรรค์ ให้เข้ามาให้ปากคำเป็นพยานเกี่ยวกับประเด็นความสัมพันธ์ของ นายบรรยิน นายชูวงษ์ น.ส.กัญฐณา ศิวาธนพล พริตตี้ และ น.ส.อุรชา วชิรกุลฑล โบรกเกอร์ หลังจากหญิงสาวทั้งสองให้การว่า ตลอดเวลาคบหากับ นายชูวงษ์ ทางพ.ต.ท.บรรยิน เป็นคนเดียวที่รับรู้ รวมทั้งเรื่องการโอนหุ้นด้วย เบื้องต้น ตำรวจได้ขอให้ พ.ต.ท.บรรยิน เข้ามาให้ปากคำในวันจันทร์ที่ 27 ก.ค. เวลา 09.30 น. แต่พ.ต.ท.บรรยิน ขอเลื่อนเป็นวันพุธ ที่ 29 ก.ค. โดยให้เหตุผลว่าติดธุระไม่สามารถเดินทางมาให้ปากคำได้ เนื่องจากเป็นวันเกิดของตนเอง

ด้าน น.ส.กัญฐณา น.ส.อุรชา และน.ส.ศรีธรา ที่ได้เข้าให้ปากคำไปแล้วก่อนหน้านี้แล้วนั้น ทางตำรวจกำลังตรวจสอบข้อมูลคำให้การต่าง ๆ ว่าเกี่ยวโยงถึงใคร ก็จะเชิญตัวมาสอบปากคำ อย่างไรก็ตาม จะต้องมีการเชิญตัว นายโจ๊ก ซึ่งเป็นโบรกเกอร์ของบริษัท หลักทรัพย์ เออีซี จำกัด มาสอบปากคำ หลัง น.ส.อุชา ให้การว่าเป็นผู้ดูแลหุ้นนายชูวงษ์ และจะเชิญ น.ส.โบว์ ซึ่งเป็นโบรกเกอร์ของบริษัทหลักทรัพย์ อาร์เอชบี โอเอสเค จำกัด มาสอบปากคำเพิ่มเติมถึงขั้นตอนการโอนหุ้นด้วย รายงานข่าวแจ้งว่า ขณะนี้ทีมสืบสวนอยู่ระหว่างการตรวจสอบการโอนหุ้นของ นายชูวงษ์ ทั้งหมดกว่า 300 ล้านบาท ให้กับน.ส.กัญฐณา และน.ส.ศรีธรา ว่า เป็นการโอนอย่างถูกต้องสุจริต หรือ ไม่ ซึ่งอยู่ระหว่างขั้นตอนการตรวจสอบเอกสาร ทั้งนี้ผลการตรวจสอบลายเซ็นและเอกสารการโอนหุ้นของนายชูวงษ์นั้น ตำรวจได้รับจากทางกองพิสูจน์หลักฐานแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากเกรงจะกระทบต่อรูปคดี และการสืบสวนของเจ้าหน้าที่จะกระทำได้ลำบากมากขึ้น