"ฉลามชล” ชลบุรี เปิดบ้านพิชิต “พลังเอ็ม” โอสถสภา เอ็ม 150 ตามคาด 2-0
ในศึกลูกหนังไทยพรีเมียร์ลีก ส่วนเกมวันนี้ (26 ก.ค.) บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จัด “ดิโอโก ซานโต” ดาวซัลโวของลีก 13 ประตูลงล่าตาข่าย บีอีซี เทโรศาสน ที่มาเยือนในสภาพที่ไม่ฟูลทีม หาก บุรีรัมย์ ชนะจะซิวแชมป์เลกแรกทันที
การแข่งขันฟุตบอลโตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก 2015 เมื่อวันที่ 25 ก.ค. "ฉลามชล” ชลบุรี เปิดชลบุรี สเตเดียม พบ “พลังเอ็ม” โอสถสภา เอ็ม 150 เกมนี้ เจ้าบ้านเล่นเกมรุกได้เหนือกว่า ก่อนจะยิงประตูขึ้นนำในนาที 34 เมื่อ นูรูล ศรียานเก็ม ได้บอลจากการทำชิ่งกับ กีรติ เขียวสมบัติ หลุดเข้าไปยิงเรียดตรงเส้นเขตโทษบอลค่อย ๆ ไหลเข้าประตู ส่งให้ “ฉลามชล” ขึ้นนำ 1-0 จนจบครึ่งแรก
ครึ่งหลัง นาที 51 กีรติ ได้จังหวะพาบอลเข้าไปในเขตโทษ ก่อนจะซัดด้วยซ้ายเต็มข้อ บอลพุ่งเสียบคานเข้าไปอย่างเฉียบขาดให้ ชลบุรี นำห่างเป็น 2-0 ทีมเยือนสถานการณ์ย่ำแย่ นาที 63 เมื่อ กุสเมา เจฟเฟอร์สัน ทำฟาวล์ กีรติ ในเขตโทษ ผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษ และชูใบแดงไล่กองหลัง “พลังเอ็ม” ออกจากสนาม แต่ แอนเดอร์สัน ดอส ซานโต๊ส ยิงจุดโทษติดเซฟ ฉัตรชัย บุตรพรหม นายทวารทีมเยือน ฉลามชล ยังนำแค่ 2 ประตู เจ้าบ้านพยายามยิงประตูเพิ่มแต่ทำไม่ได้ จบเกม ชลบุรี ชนะ 2-0 ทำสถิติ เตะ 17 นัดมี 30 คะแนน ขึ้นมาอยู่อันดับ 5 ส่วน โอสถสภา เอ็ม 150 เตะ 17 นัด มี 22 คะแนนเท่าเดิม อีกคู่ “กว่างโซ้ง” เชียงราย ยูไนเต็ด เปิดรังยูไนเต็ด สเตเดี้ยม ถล่ม “ราชันมังกร” ราชบุรี 4-0 ได้ประตูจาก อานนท์ สังข์สระน้อย นาที 45 ,เรนัน มาร์เกซ นาที 71,77 และ สหรัฐ กันยะโรจน์ นาที 88
ส่วนเกมวันนี้ (26 ก.ค.) มีแข่งขัน 4 คู่ เวลา 19.00 น. “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จ่าฝูงของตาราง เปิดไอโมบาย สเตเดี้ยม พบ “มังกรไฟ” บีอีซี เทโรศาสน อันดับ 14 ถ่ายทอดสดทรู 4 ยู และทรูสปอร์ต เอชดี 3
บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่ยังไม่เคยแพ้ใครในบ้าน มี 36 คะแนน หากชนะจะคว้าแชมป์เลกแรกทันที ซึ่งความพร้อมยังคงขาด สุเชาว์ นุชนุ่ม กองกลางกัปตันทีมที่ติดโทษแบน ส่วน อันเดรส ตูเนซ กับ กิลเบอร์โต มาเชนา ยังคงมีอาการบาดเจ็บ ดังนั้นคู่กองหน้าจะยังคงเป็น สิทธิโชค กันหนู กับ ดิโอโก ซานโต ดาวซัลโวของลีก 13 ประตู ขณะที่ บีอีซี เทโรศาสน ภายใต้การคุมทีมของ เคนนี ชิลส์ รับงานคุมทีมมา 6 นัดในลีก ปรากฏว่ายังไม่ชนะใคร ทำให้โอกาสถูกปลดออกจากตำแหน่งมีสูงหากยังไม่สามารถหาชัยชนะนัดแรกให้ตัวเองได้ โดยเกมนี้ยังคงไม่มี ชนาธิป สรงกระสินธ์, รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค, จาตุรงณ์ พิมพ์คูณ, อดิศร พรหมรักษ์ ที่บาดเจ็บยาวทั้งหมด จึงต้องฝากความหวังไว้ที่ ธนบูรณ์ เกษารัตน์, พีรพัฒน์ โน๊ตชัยยา, อดิศักดิ์ ไกรษร เหมือนเดิม
เวลา 18.00 น. “ช้างศึกยุทธหัตถี” สุพรรณบุรี อันดับ 4 เฝ้ารังสนามกีฬา จ.สุพรรณบุรี พบ “วงจักร” อาร์มี่ ยูไนเต็ด อันดับ 8 ถ่ายทอดสดทรูสปอร์ต 2 และทรูสปอร์ต เอชดี 2 เจ้าถิ่นที่ยังไม่แพ้ใครบ้านจะขาด ณัฐพงษ์ สมณะ ที่โดนแบน ส่วน คาร์เมโล กอนซาเลซ ต้องเช็กความฟิต ทว่ายังมี อันเดร หลุยส์ ไลเต กับจักรพันธ์ พรใส เป็นทีเด็ดในแนวรุก ด้าน อาร์มี่ มาเยือนในสภาพฟูลทีมไร้ปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บและติดโทษแบน โดยเกมนี้ มงคล ทศไกร จะนำทีม
เวลาเดียวกัน “ตะหานน้ำ” ราชนาวี รองบ๊วย เล่นที่สนามราชนาวี สัตหีบ พบ “นกใหญ่” ชัยนาท อันดับ 13 ถ่ายทอดสดทรูสปอร์ต 6 เกมนี้เจ้าบ้านจะได้ วุฒิศักดิ์ มณีสุข กับ ไมเคิล ซเวตคอฟสกี 2 กองหลังพ้นโทษแบนกลับมา ผนึกกำลังกับตัวหลักอย่าง แองเจลโล มาชูกา, อมร ธรรมนาม, ชุษณะ นัมคณิสร ขณะที่ ชัยนาท ยังคงใช้ อเลกซ์ เวสลีย์ กับ มิคาเอล เมอร์ซี เป็นคู่กองหน้าเหมือนเดิม
คู่สุดท้ายเวลา 20.00 น. “แข้งเทพ” แบงค็อก ยูไนเต็ด อันดับ 5 เปิดสนามไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง พบ “ฮัลโหล” ทีโอที ทีมบ๊วยของตาราง ถ่ายทอดสดทรูสปอร์ต 2 ความพร้อม แบงค็อก ซึ่งเป็นอีกทีมที่ยังไม่เคยแพ้ใครในบ้าน จะขาดแค่ พุทธินันท์ วรรณศรี แบ็กขวาดาวรุ่งที่ติดโทษแบน นอกนั้นพร้อมลงสนาม ด้านทีโอที ที่ไม่ชนะใครมา 8 นัดรวด และ 4 นัดล่าสุดแพ้ทั้งหมด มีผู้เล่นใช้งานแค่ 19 คน เพราะปล่อยตัวหลักออกจากทีมหมดแล้ว โดยนัดนี้ยังคงใช้บริการ ศุภกิจ เนียมคง, ลี จุน กิ, วีรวงศ์ เล็กสุนทร เป็นแกนหลักต่อไป





