กทม.จับมือ“ไจก้า”เปิดตัว 5 แผนแม่บท ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศตั้งเป้าลดก๊าซเรือนกระจก 7-20% ในปี 2563
นายจุมพล สำเภาพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) กล่าวเปิดการสัมมนาเปิดตัวโครงการจัดทำแผนแม่บทกรุงเทพมหานครว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. 2556 - 2566 ว่า เนื่องจากปัจจุบันปัญหาภัยธรรมชาติต่างๆเกิดขึ้นบ่อยมากขึ้นและไม่สามารถควบคุมได้ ซึ่งสร้างความเดือดร้อนแก่ชุมชน เมือง ตลอดจนประเทศ ทำให้หลายภาคส่วนมีการตื่นตัวในการแก้ปัญหา ซึ่งประเทศไทยก็ให้ความสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กทม.จึงได้จัดทำแผนแม่บทฯขึ้น ซึ่งเป็นแผนดังกล่าวเป็นแผนระดับชาติ เพื่อทำให้การปล่อยแก๊สเรือนกระจกให้ลดน้อยลงจากปัจจุบันอย่างน้อยร้อยละ 7-20 ภายในปี พ.ศ.2563 ทั้งนี้ กทม.ได้ให้ความสำคัญกับปัญหาสภาวะโลกร้อนและแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่อง โดยกทม.ได้รับการสนับสนุนจาก องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น(ไจก้า) และเมืองโยโกฮามา ประเทศญี่ปุ่น ในการจัดทำแผนแม่บทดังกล่าว
นายจุมพล กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ในวันที่ 9 ก.ค.ที่ผ่านมา กทม.ยังได้รับความร่วมมือจากผู้เกี่ยวข้อง ประชาชน และภาคเอกชนจากทุกภาคส่วนในการประชุมระดมความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ เกี่ยวกับแผนแม่บทฯดังกล่าว โดยการเปิดตัวแผ่นแม่บทครั้งนี้ เพื่อเป็นการเผยแพร่สาระสำคัญ รวมถึงสร้างเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อนำไปสู่ความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งแผนแม่บทฉบับนี้ถือว่าเป็นแผนที่มีความสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่เคยทำมา ประกอบด้วยแผนย่อยครอบคลุม 5 ด้าน ได้แก่ 1.ด้านการขนส่งที่ยังยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อาทิ การส่งเสริมการขนส่งสาธารณะ การเชื่อมโยงการขนส่งขนาดใหญ่ การใช้พลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมขยายเส้นทางจักรยาน เป็นต้น และพบว่าการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ของกรุงเทพฯคิดเป็น 42 ล้านตันต่อปี ครึ่งหนึ่งเป็นของภาคขนส่ง
นายจุมพล กล่าวอีกว่า 2.ด้านการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและการใช้พลังงานทางเลือก อาทิ การส่งเสริมการประหยัดพลังงาน การออกแบบอาคารประหยัดพลังงาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การส่งเสริมพลังงานทางเลือก 3.การกำจัดขยะและการบำบัดน้ำเสียอย่างมีประสิทธิภาพ อาทิ การส่งเสริมการลดปริมาณขยะ การส่งเสริมการคัดแยกขยะ โดยใช้หลัก 3 อาร์ การเปลี่ยนขยะให้เป็นพลังงาน การบำบัดนำเสียอย่างมีประสิทธิภาพ และขยายพื้นที่การบำบัดให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดต้องได้รับความร่วมมือจากประชาชน 4.ด้านการวางผังเมืองสีเขียว มุ่งเน้นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวและการวางผังเมืองที่ดี พื้นที่สีเขียวของกรุงเทพฯมีประมาณ 7.8 ตารางเมตรต่อคน ซึ่งตามมาตรฐานสากลกำหนดให้มีพื้นที่ 9 ตารางเมตรต่อคน และ5.ด้านแนวทางการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติต่างๆที่จะเกิดขึ้นในกทม. อาทิ น้ำท่วม ภัยแล้ง หรือ การรุกล้ำของน้ำทะเล เป็นต้น





