"ปู่กี" อดีตสัปเหร่อวัย92 แจงอยู่กระต๊อบ ไม่จริง "บิณฑ์ บันลือฤทธิ์" ช่วย2หมื่น ด้านเจ้าคณะจังหวัดปทุมฯยันไม่เวนคืนที่ดิน
ปทุมธานี - เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 25 มิถุนายน 2558 นายกี เดชฤทิ์ อายุ 92 ปี อยู่บ้านเลขที่43/57 ซอยชุมชนวัดเขียนเขต ม.2 ต.บึงยี่โถ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี อดีตสัปเหร่อ วัดเขียนเขต พระอารามหลวง กล่าวว่า ที่ตนเองมาปลูกกระต๊อบอยู่ตรงนี้ ซึ่งเป็นที่ดินของวัด คือมีปัญหากับลูกหลาน ที่กินเหล้าส่งเสียงดังทุกวัน ซึ่งตนเองก็ไม่สูบบุหรี่ และเบื่อหน่ายกับพวกขี้เมา จึงเกิดความรำคาญ อยากอยู่ในที่เงียบๆ เมื่อมีข่าวออกไปว่า ทางวัดจะเวนคืนที่และไล่ตนเองมาอยู่ตรงนี้นั้น ไม่เป็นความจริง
“คนมีปากก็พูดกันไป ท่านเจ้าอาวาสใจดี ซึ่งชาวบ้านที่ขับรถผ่านไปมา ก็เอาของกินของใช้มาให้ เช่น บิณฑ์ บันลือฤทธิ์ ก็เคยมาช่วย เอาสิ่งของมาให้ แต่ไม่ได้ช่วยเงิน 20,000 บาท ตามที่เป็นข่าว ที่เขาเข้ามาช่วยเหลือ เพราะความสงสาร และคิดว่า ตนเองถูกไล่ออกมาอยู่ตรงนี้ ตนเองมีบ้านอยู่ในชุมชนดังกล่าว ในที่ดิน 50 ตารางวา ที่ทางเจ้าอาวาสวัดเขียนเขตให้เช่า ซึ่งกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์มาปลูกให้ เมื่อปี 2552 แต่เนื่องตนเองชอบอยู่เงียบ ๆ จึงมาปลูกกระต๊อบอยู่ท้ายซอยของชุมชน ซึ่งก็เป็นที่ดินของวัดเช่นกัน ในส่วนของประธานชุมชน และเทศบาลเมืองบึงยี่โถ ก็เข้ามาดูอยู่เสมอ ๆ แต่ที่อยู่ในบ้านไม่ได้ มันคับอกคับใจเพราะลูกหลานทำไม่ดี ส่งเสียงดังรบกวน เพื่อนบ้านใกล้เคียง” นายกี กล่าว
ด้าน นางนกเล็ก เชื่อมสิน อายุ 47 ปี อยู่เลขที่ 43/245 ซอยชุมชนวัดเขียนเขต ม.2 ต.บึงยี่โถ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ผู้ดูและชุมชนซอยวัดเขียนเขต กล่าวว่า หลังจากที่คุณบิณฑ์ บันลือฤทธิ์ ได้เข้ามาให้การช่วยเหลือ คุณลุงกี เดชฤทธิ์ และมีข่าวออกมาทางโซเชี่ยลว่า ทางวัดจะเวนคืนที่ดิน ก็ได้เข้าไปถามหลวงพ่อวัดเขียนเขตว่า หลวงพ่อจะเวนคืนที่ดินหรือ ซึ่งหลวงพ่อท่านก็ไม่รู้เรื่อง และถามกลับมาว่า เอาข่าวมาจากไหน ชาวบ้านอยู่กันในชุมชนแห่งนี้มากกว่า 200 หลังคาเรือน ซึ่งก็เสียค่าเช่าที่ ให้กับทางวัด เดือนละ 50 บาท ไม่ได้มีการขึ้นค่าเช่า หรือไล่ที่แต่อย่างใด ปกติก็อยู่กันอย่างสงบ พอเห็นมีข่าวออกมาก็ไปถามหลวงพ่อ ในส่วนของคุณลุงกีนั้น ชาวชุมชนก็ช่วยกันดูแล เนื่องจากอายุมากแล้ว และก็มีหลายหน่วยงานก็คอยดูแล จึงไม่เข้าใจแห่งที่มาของข่าว
ทางด้าน พระเทพรัตนสุธี เจ้าอาวาสวัดเขียนเขต พระอารามหลวง เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า ที่ดินทั้งหมดของวัดมี 82 ไร่ และมีส่วนหนึ่งที่อยู่ด้านหลังวัด ชาวบ้านที่ยากจนได้มาขออาศัยอยู่ไม่กี่หลัง เมื่อปี 2527 ทางวัดเห็นว่า ยังมีชาวบ้านที่ไม่มีที่อยู่อาศัย จึงจัดที่ในซอยหลังวัดให้เป็นล็อกๆ ละ 50 ตารางวา จัดระเบียบด้วยการให้ชาวบ้านเช่า เป็นที่อยู่อาศัย คิดค่าเช่าปีละ 50 บาท ก็ถือว่า เป็นการช่วยเหลือผู้ยากไร้ที่อยู่อาศัย ซึ่งปัจจุบันก็มีกว่า 200 หลังคาเรือน โดยให้มีตัวแทนของชุมชนช่วยกันดูแลช่วยเหลือกัน และที่มีข่าวหรือปล่อยข่าวอะไรทำนองนั้นว่า อาตมาจะเวนคืนที่ดินในชุมชนนั้น ก็ไม่เป็นความจริง จะเวนคืนมาทำไม ชาวบ้านเขาอยู่กันอย่างสงบดีอยู่แล้ว





