ชาวบ้านพื้นที่สุราษฎร์ฯ ชุมนุมเรียกร้องแก้ไขปัญหาจัดสรรที่ดินทำกินโดยด่วน ขู่ผู้ว่าฯ หากนิ่งเฉย พร้อมนั่งรถไฟเข้ากรุงพบนายกฯประยุทธ์
เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.58 เวลาประมาณ 10.00 น. มีราษฎรผู้ยากไร้ในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ในนามองค์กรแนวร่วมแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินจังหวัดสุราษฎร์ธานี 8 กลุ่มองค์กร นำโดยนายวิทยา ศรีภิรมย์มิตร,นายมาโนช อินทร์สุวรรณ และนายสันตุสุข จินดา เดินทางมารวมตัวกันที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อเร่งรัดให้ทางราชการเร่งช่วยเหลือแก้ไขปัญหาการจัดสรรที่ดินทำกินให้แก่ราษฎรให้แล้วเสร็จโดยด่วน ซึ่งที่ดินที่ราษฎรกลุ่มดังกล่าว เรียกร้องให้ภาครัฐนำมาจัดสรรนั้น เป็นแปลงปาล์มน้ำมันของผู้ประกอบการ บริษัทประจักษ์วิวัฒน์ จำกัด ในพื้นที่อำเภอเคียนซา ซึ่งหมดสัญญาเช่าเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2558 เนื้อที่ประมาณ 8,588 ไร่ แต่ปัจจุบันผู้ประกอบการยังคงเข้าไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่ดังกล่าว ทำให้ราษฎรผู้ยากไร้ไม่สามารถเข้าไปใช้ประโยชน์เพื่อเกษตรกรรมได้
ต่อมา นายฉัตรป้อง ฉัตรภูติ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมด้วยนายศุภวัชร ศักดา รอง ผวจ.สุราษฎร์ธานี และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ได้ออกมาพบปะทำความเข้าใจกับผู้ชุมนุม ว่า ทางจังหวัดไม่ได้นิ่งนอนใจในเรื่องดังกล่าว โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2558 ได้ลงนามในหนังสือส่งถึงอธิบดีกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง เพื่อให้เร่งดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง ในการนำที่ดินราชพัสดุมาดำเนินการจัดสรรให้กับราษฎรตามขั้นตอน และแนวทางที่คณะทำงานแก้ไขปัญหาที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานีกำหนดต่อไป โดยแผนการดำเนินการ ปี พ.ศ.2558 ดำเนินการในแปลง บริษัท ประจักษ์วิวัฒน์ จำกัด เนื้อที่ประมาณ 8,588 ไร่ และบริษัท แสงสวรรค์ปาล์มน้ำมันและอุตสาหกรรม จำกัด เนื้อที่ประมาณ 4,762 ไร่ ซึ่งขณะนี้ทางจังหวัดได้ดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติและจัดทำประชาคมระดับหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ เสร็จเรียบร้อยแล้ว ขณะที่สำนักงานธนารักษ์พื้นที่สุราษฎร์ธานีได้ดำเนินการรังวัดแบ่งแปลงเป็นพื้นที่อยู่อาศัยและที่การเกษตร พร้อมทั้งกันพื้นที่ส่วนกลางเสร็จเรียบร้อยแล้วเช่นกัน
ด้าน นายวิทยา ศรีภิรมย์มิตร หนึ่งในแกนนำชาวบ้านกล่าวว่า การนำกลุ่มชาวบ้านมาในครั้งนี้ เพื่อเร่งรัดและทวงถามความก้าวหน้าในการดำเนินการจัดสรรที่ดินทำกินให้แก่ราษฎรให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เนื่องจากปัจจุบันผู้ประกอบการยังคงเข้าไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่ ทำให้ราษฎรไม่สามารถเข้าไปทำการเกษตรกรรมและอยู่อาศัยได้ โดยเบื้องต้นขอให้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดมีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานเข้าไปดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ก่อน เพื่อลดความตึงเครียดระหว่างชาวบ้านกับผู้ประกอบการ ซึ่งหากภาครัฐยังนิ่งเฉยราษฎรทั้งหมดพร้อมนั่งรถไฟเดินทางเข้าเมืองหลวงเพื่อไปรับฟังคำตอบจากอธิบกรมธนารักษ์ และไปพบนายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาลต่อไป โดยได้ทำหนังสือเตรียมจองตั๋วรถไฟไว้แล้วกว่า600ที่นั่ง
ภายหลังจากนายฉัตรป้อง ฉัตรภูติ ผวจ.สุราษฎร์ธานี กล่าวถึงขั้นตอนการดำเนินการไปแล้วนั้น พร้อมถ่ายสำเนาเอกสารความคืบหน้าการทำงานส่งมอบให้กับแกนนำทำให้ผู้ชุมนุมยกเลิกการเดินทางเข้ากรุงเทพ ฯและรอหนังสือการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการในการเข้าไปดำเนินการในพื้นที่ดังกล่าว





