"ศรีวราห์" ผบช.น. เชื่อ "คนมีสี" จี้รถขนเงิน15ล้าน พบพิรุธหนึ่งในทีมคุ้มกัน ยังไม่ได้ออกหมายจับคนร้าย
เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 22 มิ.ย. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ชาญเทพ เสสะเวช, พล.ต.ต.จิตติ รอดบางยาง, พล.ต.ต.ภัคพงษ์ พงษ์เภตรา, พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ รามสูต, พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบช.น., พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผบก.น.6, พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา ผบก.สส.บช.น., พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผกก.สส.3 บก.สส.บช.น. , พ.ต.อ.จารุต ศรุตยาพร ผกก.สน.ปทุมวัน ได้ร่วมประชุมความคืบหน้าคดี 2 คนร้ายจี้ชิงทรัพย์รถขนเงินบริษัท โพรเกส กันภัย จำกัด ขณะมารับเงินที่ธนาคารกสิกรไทย สาขาเทสโก้โลตัส ถ.พระราม 1 เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. เวลาประมาณ 17.09 น. โดยใช้เวลาประชุมนานประมาณ 2 ชั่วโมง
พล.ต.ต.ชาญเทพ กล่าวว่า จนถึงขณะนี้ตำรวจสามารถรวบรวมหลักฐานเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดได้พอสมควรแล้ว ส่วนการขออนุมัติออกหมายจับนั้น ขณะนี้ยังไม่ได้ออกหมายจับคนร้าย เพราะยังอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน ส่วนคนร้ายจะเป็นบุคคลภายในหน่วยงานของธนาคารหรือไม่นั้น ยังอยู่ระหว่างการสืบสวน อย่างไรก็ตาม ตำรวจยังไม่ตัดประเด็นต่างๆ ทิ้ง ไม่ว่าจะเป็นบุคคลภายในหรือภายนอก รวมถึงคนที่เคยมีประวัติก่อคดี กำลังดำเนินการตรวจสอบอยู่
ด้าน พล.ต.ท.ศรีวราห์ กล่าวว่า การออกหมายจับคนร้ายนั้น จะไม่ออกหมายจับตามภาพถ่ายที่ปรากฏในกล้องวงจรปิด ต้องออกหมายจับให้ได้ตามเลขบัตรประชาชน 13 หลักเท่านั้น ทั้งนี้ ชุดสืบสวนทราบหมายเลขทะเบียนรถที่ใช้ก่อเหตุแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ ส่วนจำนวนเงินที่คนร้ายได้ไป ยังไม่มีความชัดเจน ต้องไปสอบสวนทางธนาคารเพิ่มเติมก่อน ส่วนประเด็นการก่อเหตุดังกล่าวน่าจะเป็นเรื่องการชิงทรัพย์ ส่วนกลุ่มคนร้ายจะเป็นใครบ้างก็ตั้งไว้หลายชุด แต่ประเด็นเรื่องที่คนในมีส่วนรู้เห็นด้วยก็ยังไม่ตัดทิ้ง จากการสอบปากคำพนักงานที่ลางานในวันเกิดเหตุ เบื้องต้นให้การว่ามีธุระ แต่ต่อมามีภาพปรากฏในคลิปกล้องวงจรเดินอยู่ภายในบริษัทในวันและเวลาเกิดเหตุ
“หลังเกิดเหตุผมได้เรียกประชุมเป็น 10 รอบแล้ว ถามว่าภายในอาทิตย์นี้จะสามารถรู้ตัวคนร้ายหรือไม่ คงตอบยาก ส่วนการสอบปากคำพยานบุคคลนั้น ขณะนี้สอบไปแล้ว 20 ปาก ถือว่ามีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ถามว่าคนร้ายมีมากกว่า 2 คนขึ้นไป สามารถระบุจำนวนที่แน่ชัดได้หรือไม่ ยังตอบไม่ได้ เพราะต้องรอผลการสรุปรวบรวมพยานหลักฐานให้แน่ชัดก่อน แต่ในเบื้องต้นตอนนี้มีแค่ 2 คน ส่วนเส้นทางหลบหนีได้ตรวจสอบแล้วแต่ยังเปิดเผยไม่ได้ แต่เชื่อว่าคนร้ายยังคงอยู่ในพื้นที่ กทม. และมีการเตรียมการมาอย่างดี เท่าที่ดูคนร้ายไม่ใช่มือสมัครเล่น ส่วนข้อมูลจำนวนเงินของธนาคารนั้น ขณะนี้ยังไม่เห็นคำให้การ และธนาคารยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบจำนวนเงินที่แน่นอน” พล.ต.ท.ศรีวราห์ กล่าว
ผบช.น.กล่าวอีกว่า เหตุแบบนี้มันเกิดขึ้นหลายครั้งกับรถบริษัทขนเงินดังกล่าว ใน จ.อยุธยา จ.สิงห์บุรี รวมถึงตำรวจภูธรภาค 1 ด้วย ทั้งนี้ อาจมีคนในเครื่องแบบมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย เพราะว่าดูจากลักษณะในการใช้กุญแจมือ การใช้อาวุธ มีความชำนาญการเป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหาเรื่องบริษัทรถขนเงินถูกชิงทรัพย์ ก็ต้องย้ำระเบียบการขนเงินของบริษัทที่ตกลงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้ ซึ่งมันมีอยู่แล้วแต่ทางบริษัทไม่ปฏิบัติตาม
ขณะที่ พ.ต.อ.นพศิลป์ กล่าวว่า สำหรับตำหนิรูปพรรณคนร้ายคนที่ 1 สวมหมวกกันน็อคเต็มใบ ใช้อาวุธปืนลูกโม่ สวมรองเท้าผ้าใบยี้ห้อแวน สีดำ ตำหนิรูปพรรณคนร้ายคนที่ 2 สวมหมวกกันน็อคเต็มใบ ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิด สวมเสื้อสีเขียวลายพรางทหารแขนยาว เป็นผู้ใช้อาวุธปืนจี้นายยุทธพิชัย กลั่นประสม หัวหน้าทีม ส่วนรถที่คนร้ายใช้เป็นรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า มีโอ 125 พีอาร์ ปี 2011 สีขาว-น้ำเงิน ทั้งนี้ ผู้ที่พบเบาะแสคนร้ายสามารถโทรมาแจ้งได้ที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ถนนศรีอยุธยา เบอร์ 02-3548226 ได้ตลอด 24 ชม.
รายงานข่าวแจ้งว่า ทรัพย์สินที่คนร้ายได้ไป ยอดความเสียหายจากตู้เงินฝาก 8,438,200 บาท เงินต่างประเทศ 22,887.29 บาท เงินสดจากธนาคาร 6,850,000 บาท รวม 15,311,087.29 บาท ทั้งนี้ สำหรับพนักงานที่รับขนส่งเงินในวันเกิดเหตุ คือ นายยุทธพิชัย หรือยุทธ กลั่นประทุม อายุ 35 ปี หัวหน้าทีม นายณัฐวัฒน์ หรือบอย ใจแก้ว อายุ 29 ปี คนขับรถ นายเอกพันธ์ หรือแซม แจ้งสิทธาเวช อายุ 26 ปี คนคุ้มกัน ซึ่งพกอาวุธปืน .38 มาแทนเวรนายอนุสรณ์ หรือฉุย ช่อบัวทอง ที่ลางานในวันเกิดเหตุ





