วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ประชุมชุดทำงานแชร์ตู้คอนเทรนเนอร์

รองผบก.ภ.จว.ชลบุรี ประชุมชุดทำงานแชร์ตู้คอนเทรนเนอร์ ผู้เสียหายนับพัน

ที่ห้องประชุมสภ.แหลมฉบัง พ.ต.อ.สุวิชาญ ญาณกิตติกุล รองผบก.ภ.จว.ชลบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี พนักงานสอบสวนพิเศษ ตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี พ.ต.อ.นิทัศน์ สสิวงศ์ ผกก.สภ. แหลมฉบัง และพนักงานสอบสวน สภ.แหลมฉบัง ซึ่งเป็นชุดทำงานแชร์ตู้คอนเทรนเนอร์ โดยก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.ที่ผ่านมา ก็ได้มีผู้เสียหายจำนวนกว่า 50 ราย เข้าแจ้งความกับทางตำรวจ สภ.แหลมฉบังไปก่อนแล้ว

ซึ่งเกิดจากการหลงเชื่อ ซื้อตู้คอนเทนเนอร์ในราคา 130,000-150,000 บาท แล้วจะให้เช่าตอบแทนเดือนละ 12,000 - 13,000 บาท และทำสัญญาเช่ากับทางบริษัท เค.เอส.มารีน แอนด์ กอฟเวอร์เนอร์ เซอร์วิส จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 71/10 หมู่ 3 ถนนเก้ากิโล ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี และบริษัทฟีนิกซ์คอนเทนเนอร์ซัพพลาย จำกัด เลขที่ 88/62 หมู่ 9 ถนนสุขุมวิท อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ซึ่งทั้ง 2 บริษัทนั้น มีนายวิชาญ เที่ยงสันเทียะ เป็นประธานกรรมการบริษัท และมีนายโรมรัน ผลชัย เป็นตัวแทนรับโอนเงินผ่าน โดยได้มีการเปิดเล่นแชร์ตู้คอนเนอร์มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2556 และก็ได้มีการขยายฐานสมาชิกเพิ่มมากขึ้นในช่วง 1–2 ปีที่ผ่านมา เฉพาะในช่วงต้นปี พ.ศ.2558 มีสมาชิกเพิ่มขึ้นเท่าตัวนับพันคน

จนกระทั่งเมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา ทางบริษัท ก็ได้หยุดส่งเงินค่าตอบแทนให้กับสมาชิก และขาดการติดต่อกับสมาชิกจนผ่านมาหลายเดือน ทำให้ผู้เสียหายบางรายที่ต้องกู้หนี้ยืมสินมาลงทุนต้องประสบความเดือดร้อนอย่างมาก จึงต้องรวมตัวกันมาแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อให้ได้เงินคืน ซึ่งก่อนหน้านี้ ก็ได้มีการติดต่อผ่านตัวแทนมาว่า จะโอนเงินค่าตอบแทนมาให้ภายในวันที่ 15 มิ.ย.ที่ผ่านมา แต่เมื่อถึงเวลาก็ไม่ได้มีการโอนเงินมาให้ บรรดาผู้เสียหายได้จึงนัดรวมตัวกันทยอยมาแจ้งความกับทางตำรวจเป็นจำนวนมากนับพันคนจนแน่น สภ.แหลมฉบัง

โดย พ.ต.อ.สุวิชาญ ญาณกิตติกุล รองผบก.ภ.จว.ชลบุรี กล่าวว่า ในตอนนี้มีผู้เสียหายในคดีแชร์ตู้คอนเทรนเนอร์ มาแจ้งความแล้วทั้งหมด 1,094 ราย คิดเป็นมูลค่าความเสียหาย 244,552,000 ล้านบาท และผู้เสียหาย ก็ยังคงทะยอยมาแจ้งความกันเรื่อยๆ ซึ่งเท่าที่ทราบ ผู้เสียหายน่าจะอยู่ที่ 3,000 รายในตอนนี้ เจ้าของบริษัททั้ง 2 บริษัทและเครือข่ายทั้งหมดนั้น โดนข้อหาฉ้อโกงประชาชน และพรบ.กู้ยืมเงิน ซึ่งในตอนนี้ทางตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี ได้ประสานกับทางตำรวจตรวจคนเข้าเมืองทั่วประเทศแล้ว ป้องกันการหลบหนีออกนอกประเทศของเจ้าของบริษัทและเครือข่าย ซึ่งในคดีนี้ เป็นที่สนใจของผู้บังคับบัญชาระดับสูงที่สั่งการให้ติดตามจับกุมผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดมาดำเนินคดี เนื่องจากผู้เสียหายมีจำนวนมาก และมูลค่าความเสียหายจำนวนมาก ซึ่งก็จะดำเนินการออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องต่อไป

ส่วน พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี พนักงานสอบสวนพิเศษ ตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี กล่าวว่าอยากฝากเตือนประชาชนว่า อย่าหลงเชื่อจากการชักชวนให้นำเงินมาลงทุนเกี่ยวกับแชร์หรือการซื้อสินค้าต่างๆ ที่ให้ผลตอบแทนสูงหลายเท่าตัว ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ พอหลงเชื่อไปร่วมลงทุนผลตอบแทนก็อาจได้ในระยะแรกเท่านั้น ต่อมาเจ้าของบริษัทหรือตัวแทนก็ปิดบริษัทหนีหายไป ทำให้เงินลงทุนสูญหายไป