ปิดซีเกมส์ครั้งที่ 28 ที่สิงคโปร์ ยิ่งใหญ่สวยงาม พบกันใหม่ที่มาเลเซีย 2 ปีหน้า ด้านทัพนักกีฬาไทยเก็บเพิ่มอีก 2 เหรียญทอง
จาก “น้องครีม” บุศนันทน์ นักแบดมินตันสาว กับทีมวอลเลย์บอลชาย ทำให้ทัพไทยได้ไป 95 ทอง 83 เงิน 69 ทองแดง ซิวเจ้าอาเซียนเป็นสมัยที่ 13 เผยยอดเงินอัดฉีจากกองทุนพัฒนากีฬาชาติ ทะลุ 145 ล้าน
การแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 28 ที่ประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 16 มิถุนายนที่ผ่านมา เป็นการชิงชัยวันสุดท้าย ชิง 7 เหรียญทอง ซึ่งนักกีฬาไทยเก็บเพิ่มมาได้อีก 2 เหรียญทอง จาก “น้องครีม” บุศนันทน์ อึ๊งบำรุงพันธุ์ ในแบดมินตันหญิงเดี่ยว ที่ชนะ ฮานนา รามาดินี จากอินโดนีเซีย 2-0 เกม 21-17 และ 21-12 บุศนันทร์ คว้าเหรียญทองที่ 94 ให้กับทีมไทย และเป็นแชมป์หญิงเดี่ยวคนที่ 4 ของประเทศต่อจาก ทองคำ กิ่งมณี ปี 1967, สุจิตรา เอกมงคลไพศาล ปี 2001 และสลักจิต พลสนะ ปี 2009 ส่วนเหรียญทองที่ 95 ของไทยได้มาจาก ทีมวอลเลย์บอลชาย ที่ตบเอาชนะ เวียดนาม 25-20, 25-19 และ 25-23 ไทยได้แชมป์ 3 สมัยติดต่อกัน และเป็นแชมป์สมัยที่ 6
จากนั้นในช่วงค่ำสิงคโปร์ได้จัดให้มีพิธีปิดการแข่งขันที่สนามกีฬาแห่งชาติ สิงคโปร์ สปอร์ต ฮับ โดยเจ้าภาพได้จัดชุดแสดงได้สวยงามและก่อนที่จะมีพิธีมอบธงสหพันธ์กีฬาซีเกมส์ให้ผู้แทนจากประเทศมาเลเซีย ที่จะรับเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ ครั้งที่ 29 ในปี 2017 (พ.ศ.2560) ต่อไป
ด้าน “บิ๊กต้อม” นายธนา ไชยประสิทธิ์ หัวหน้าคณะนักกีฬาไทย กล่าวว่า สิงคโปร์จัดการแข่งขันได้อย่างมีมาตรฐาน สำหรับประเทศไทยที่ได้ 95 ทอง และได้ตำแหน่งเจ้าซีเกมส์ ถือว่าประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ แม้ว่าในช่วงแรกอาจจะมีอุปสรรคบ้าง แต่ทุกสมาคมกีฬาก็พยายามอย่างเต็มที่จนครบตามเป้า หลังจากกลับไปคงจะต้องมีการพูดคุยกันทั้งสมาคมกีฬาและการกีฬาแห่งประเทศไทย เพื่อวิเคราะห์ปัญหาว่าเกิดจากอะไร เพราะว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้พูดคุยไว้บ้างว่ากีฬาที่ต่ำกว่าเป้าหมายจะต้องมีการแก้ไขปัญหาและเตรียมความพร้อมสำหรับซีเกมส์ครั้งหน้าที่ประเทศมาเลเซียต่อไป
ส่วนเงินอัดฉีดจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ตามหลักเกณฑ์เหรียญทองละ 200,000 บาท เหรียญเงิน 100,000 บาท เหรียญทองแดงละ 50,000 บาท สมาคมกีฬาจะได้รับ 30 เปอร์เซ็นต์ ส่วนผู้ฝึกสอนจะได้รับ 20 เปอร์เซ็นต์ และ 10 เปอร์เซ็นต์ในกรณีที่กีฬาทีมนั้น ๆ มีนักกีฬาเกิน 7 คนขึ้นไป จากผลงานการทัพนักกีฬาไทยที่คว้าไป 95 เหรียญทอง 83 เหรียญเงิน 69 เหรียญทองแดง ตัวเลขอยู่ที่ 145,185,000 บาท โดยสมาคมเรือพายได้เงินมากที่สุด เน่ื่องจากได้ 11 ทอง 13 เงิน 4 ทองแดง รับไป 31.6 ล้านบาท ตามด้วย กรีฑา 12.9 ล้าน ตะกร้อ 11 ล้าน และยิงปืน 10 ล้าน ส่วนฟุตบอลไทยได้เงินจากกองทุน 5.6 ล้าน แต่ถ้านับรวมจากภาคเอกชนบอลไทยน่าจะได้ถึง 16 ล้านบาท





