วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ออกหมายจับเพิ่มอีก5 คดีค้าโรฮิงญาปาดังเบซาร์

ออกหมายจับเพิ่มอีก 5 คดีค้ามนุษย์ โรฮิงญา รองผบ.ตร. เผยขยายเวลาส่งสำนวนอัยการ จากเดิม19มิ.ย. ไป 24 มิ.ย. มั่นใจกรอบเวลาทันอัยการฟ้อง 24 ก.ค.

พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รองผบ.ตร. เปิดเผย “ผู้สื่อข่าว” ความคืบหน้าคดีค้ามนุษย์ “โรฮิงญา” การขยายเวลาการส่งสำนวนคดีจากเดิมที่กำหนดวันที่ 19 มิ.ย. เลื่อนเป็นวันที่ 24 มิ.ย.นี้ เนื่องจากมีการออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มอีก 5 คน ซึ่งข้อมูลมันเปลี่ยนไป วันนี้ออกหมายจับเพิ่มอีก 5ราย รวมทั้งสิน 89 ราย ณ เวลานี้ ควบคุม 53 ราย คงเหลือ 36 ราย

“ผมได้บอกตลอดเวลาว่า เราวางกรอบเวลาเพื่อจะดำเนินการตามเป้าหมาย แต่ถ้ามันมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปก็ต้องปรับ แต่การเลื่อนต้องมีเหตุมีผล เพราะเราต้องมีเวลาให้อัยการสูงสุดพิจารณา”

ล่าสุดเมื่อวันที่ 8 มิ.ย.ที่ผ่านมามีการประชุมร่วมกับคณะพนักงานสอบสวน ตร./อัยการ ซึ่งที่ประชุมมีข้อสรุป คือ ดังนี้ 1,ส่งสำนวนใก้ อัยการ จังหวัดนาทวี เพื่อส่งอัยการสูงสุดภายในวันที่ 24 มิ.ย 2558เพื่อจะให้อัยการสูงสุดได้พิจารณาสั่งคดีและส่งสำนวนกลับมาฟ้องศาล จ.นาทวี ได้ภายใน 24 ก.ค.2558 ฉะนั้นในเวลาที่จะพิจารณาได้แค่ไหน เราได้หารือกับอัยการ ซึ่งอัยการเห็นด้วยกับเราว่าเวลาแค่นี้สามารถดำเนินการได้ 2.ขอให้อัยการร้องศาลขอให้มีการสืบสวนพยานสำคัญบางปากล่วงหน้า และ3.ขอความกรุณาศาลให้พิจารณาสืบพยานอย่างต่อเนื่องเพื่อจะพิจารณาพิพากษาโดยรวดเร็ว

ส่วนการลงพื้นที่จังหวัดสตูลวันนี้ (9 มิ.ย.) นั้น เนื่องจากคดีค้ามนุษย์ที่ปาดังเบซาร์มีความผิดเกี่ยวเนื่องที่เกิดขึ้นที่จังหวัดสตูล และผู้ต้องหาส่วนหนึ่งก็อยู่ที่จังหวัดสตูล ทั้งจับกุมแล้ว ทั้งมอบตัว

นอกจากนั้นก็ยังมีค้ามนุษย์ที่จังหวัดสตูลอีก1คดี เป็นเรื่องที่ผมรับผิดชอบ วันนี้ผมและรองอธิบดีอัยการสูงสุด ร่วมประชุมกับผู้ว่าราชการจังหวัด ผบก.ภ.จว. อัยการจังหวัด เพื่อรับทราบความคืบหน้าของดคีค้ามนุษย์ที่ปาดังเบซาร์

คดีใหญ่ ซึ่งเป็นคดีประธาน แล้วก็คดีค้ามนุษย์ที่เกิดขึ้นที่อ.ละงู ส่วนหนึ่ง แล้วจากการที่ไปสืบสวนสอบสวนในคดีค้ามนุษย์ที่ปาดังเบซาร์และที่จ.สตูล มันก็มีกรณีที่พบว่า ผู้ต้องหาในคดีค้ามนุษย์

ยังได้กระทำคามผิดตามกฎหมายอื่นๆ เช่น บุกรุกที่ดินเกาะหลีเป๊ะ ทำความผิดเกี่ยวกับเรื่องอะไรต่างๆ ซึ่งทางผู้ว่าราชการจังหวัดได้ดำเนินการบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินคดี ซึ่งได้รับรายงานเบื้องต้นว่า มีคดีที่นายปัจจุบัน อังโชติพันธุ์หรือโกโต้ง ผู้ต้องหาคดีค้ามนุษย์ต้องหาโดยกล่าวหาว่าบุกรุกเกี่ยวข้องกับเรื่องวนอุทยานฯที่เกาะหลีเป๊ะจำนวน 8 คดี ออกหมายจับ ก็ต้องถูกสอบคดีนี้

นอกจากนั้นก็ยังมีคดีที่สืบเนื่องขยายผลไปอีกจำนวน10 คดี รวมเป็น 18 คดี ที่จะดำเนินคดีกับผู้บุกรุก ที่เกาะหลีเป๊ะ อีกทั้งพิสูจน์ทราบเบื้องต้นที่เกาะหลีเป๊ะบางส่วนก็มีหลักฐานการครอบครองมีกรรมสิทธิ์ เรียกว่านส.3 แต่ท่าผู้ว่าราชการจังหวัดบอกว่าเมื่อมีการพิสูจน์เบื้องต้นแล้ว นส.3บางส่วนก็ออกเกินกว่า สค.1 ที่ได้รับตั้งแต่ต้น ซึ่งท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสตูลก็จะดำเนินการบูรณาการหน่วยงาน ซึ่งมีทั้งที่ดินวนอุทยานฯ ตำรวจสืบสวนสอบสวน แล้วก็จะทำงานแก้ปัญหาการบุกรุกที่ป่าที่จังหวัดสตูลทั้งหมด ซึ่งเป็นการประชุมหารือร่วมกันในวันนี้ (9 มิ.ย.) ซึ่งได้รับคำแนะนำที่ดีมีประโยชน์จากทางท่ายอัยการจังหวัดสตูล จะเป็นพนักงานสอบสวนในดคีใหญ่คือ คดีค้ามนุษย์ปาดังเบซาร์ และในดคีอื่นๆ ในฐานะที่ท่านอยู่ในพื้นที่จะต้องรับสำนวนไปฟ้องผู้กระทำความผิด