ตร. บุกรวบ 2 โจ๋ พร้อมของกลางยาบ้า 3.6 หมื่นเม็ด ผู้ต้องหาอ้าง รับจ้างขนและส่งยาให้นักโทษในคุก
พ.ต.อ.สถิตย์ สังข์ประไพ ผกก.สส.บก.น.1 พ.ต.ท.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.พงศ์นรินทร์ เหล่าเขตกิจ รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.วรมันต์ ขวัญพสุมนต์ รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.ยุคณธร ชูแก้ว สว.สส. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน กก.สส.บก.น.1 ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมนายชยากร ประไพพงษ์ อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 56/1 ตรอกวัดราชนัดดา แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กทม. และนายเอ (นามสมมติ) อายุ 18 ปี อยู่บ้านเลขที่ 520 ถนนพระสุเมรุ แขวงบวรนิเวศเขตพระนคร กทม. พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 36,000 เม็ด ยาเคชนิดน้ำจำนวน 52 ขวด รถจยย.ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ สีดำ หมายเลขทะเบียน 2 กน-5818 กรุงเทพมหานคร สมุดบัญชีธนาคารต่างๆ จำนวน 3 เล่ม และโทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง
พ.ต.อ.สถิตย์ เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน กก.สส.บก.น.1 กำลังออกตรวจตราพื้นที่เพื่อเฝ้าระวังเหตุชิงทรัพย์ตามปกติ ที่บริเวณริมถนนเพชรบุรีตัดถนนวิทยุ แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กทม. จู่ๆ พบผู้ต้องหาทั้งสองคนขับขี่รถจยย.ขับมาด้วยท่าทางมีพิรุธ จึงเรียกให้จอดเพื่อตรวจค้น ผลปรากฏว่า พบยาบ้าจำนวน 20,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ในเสื้อคลุมของนายชยากร จึงยึดไว้เป็นของกลาง เบื้องต้นทั้งคู่ให้การว่า เพิ่งนำยาบ้าไปวางทิ้งริมทางรถไฟใกล้เคียงกับสถานีรถไฟสามเสน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท เพื่อรอให้ลูกค้ามารับ เจ้าหน้าที่จึงตามไปตรวจยึดยาบ้ามาจากบริเวณดังกล่าวมาได้อีก จำนวน 16,000 เม็ด และยาเคจำนวน 52 ขวด ก่อนควบคุมตัวทั้งสองคนมาสอบปากคำ ที่กก.สส.บก.น.1
สอบสวน นายชยากร ให้การว่า เมื่อปี 55 ตนเคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สำราญราษฎร์ จับกุมในข้อหาครอบครองยาเสพติดเพื่อจำหน่าย และถูกจำคุกอยู่นาน 1 ปี เมื่อพ้นโทษออกมาก็ไม่ได้ทำงาน จนกระทั่งไม่นานมานี้ได้เข้าไปเยี่ยมพี่ชายในเรือนจำพิเศษกรุงเทพ ซึ่งมีนักโทษคนหนึ่งมาขอเบอร์โทรศัพท์ไป ก่อนจะโทรมาจ้างให้ตนเป็นคนส่งยาเสพติดให้ โดยจะให้ไปรับยาที่วางทิ้งไว้ย่านห้างสรรพสินค้ารินถนนศรีนครินทร์ จากนั้นก็จะโทรมาสั่งให้ตนนำไปทิ้งไว้ตามที่ต่างๆ เช่นริมถนนราชดำเนิน ก่อนจะมีคนมารับยาไปต่ออีกทอดหนึ่ง โดยได้ค่าจ้างครั้งละ 20,000 บาท โดยเงินที่ได้มาก็จะพานายปรารภ ไปกินเที่ยวบ้างบางครั้ง ซึ่งทำครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ก็มาถูกเจ้าหน้าที่จับกุม
อย่างไรก็ตาม ตำรวจยังไม่ปีกใจเชื่อต่อคำให้การ ต้องทำการสอบสวนขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการอีกครั้ง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา "ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า) และวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภทที่ 2 (เคตามีน) ไว้ใครองครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย " ก่อนควบคุมตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป




