วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

ทึ่ง!พบเผ่าปกาเกอะญอ ปฏิเสธไฟฟ้า-น้ำประปา

พบหมู่บ้านบ่อน้อย อ.ลี้ จ.ลำพูน ชุมชนเผ่าปกาเกอะญอ ปฎิเสธการใช้ไฟฟ้า-น้ำประปา ยันอนุรักษ์ความเป็นกะเหรี่ยงโบราณ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้ลงพื้นที่สำรวจหมู่บ้านน้ำบ่อน้อย ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ชุมชนห้วยต้ม หมู่ที่ 21 บ้านศรีเวียงชัย ต.นาทราย อ.ลี้ จ.ลำพูน มีอยู่ทั้งหมด 54 หลังคาเรือน

บนพื้นที่ 3 ไร่ พบว่าชาวบ้านเป็นชาวเผ่าปกาเกอะญอ ใช้วิชีวิตความเป็นอยู่แบบดั่งเดิม โดยคนในหมู่บ้านยังคงอนุรักษ์ความเป็นกะเหรี่ยงโบราณได้เป็นอย่างดี เช่น ลักษณะของที่อยู่อาศัย ตัวบ้านนั้นทำจากไม้ไผ่และหลังคาบ้านทำจากหญ้าคา อีกทั้งลักษณะของอาหารการกินนั้นเน้นความเป็นมังสวิรัติ งดการบริโภคเนื้อสัตว์ เพราะชาวบ้านที่นี่มีความเป็นพุทธบริสุทธิ์สูง

นอกจากนี้ ชาวบ้านบ้านน้ำบ่อน้อยขอปฏิเสธการใช้ไฟฟ้าและน้ำประปา โดยใช้น้ำจากบ่อบาดาล แม้ว่าภาครัฐจะเข้ามาพูดคุยและเจรจาถึงการให้ชาวบ้านได้ใช้ไฟฟ้า เนื่องจากชาวบ้านขออยู่แบบวิถีของชนเผ่าปกาเกอะญอโบราณ ในลักษณะความชีวิตพอเพียง โดยอาชีพหลักของชาวบ้านน้ำบ่อน้อย คือ การปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ทำไร่ ทำนา การทอผ้าพื้นเมืองและผลิตภัณฑ์จักสาน ซึ่งรายได้หลักของชาวบ้านก็มาจากการขายข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ให้กับกลุ่มบริษัทผู้ผลิตอาหารสัตว์ที่จะมารับซื้อปีละ 1 ครั้ง โดยชาวบ้านจะได้เงินต่อการขายแต่ละครั้ง 50,000-70,000 บาท และรายได้จากการขายผ้าทอพื้นเมือง และผลิตภัณฑ์จักสานได้เงินต่อการขายในแต่ละครั้งราวเดือนละ 4.000-5,000 บาท

นายวิมล สุขแดง ประธานกลุ่มท่องเที่ยวชุมชนห้วยต้ม อ.ลี้ จ.ลำพูน กล่าวว่า ชาวบ้านที่นี่ใช้ชีวิตแบบกะเหรี่ยงโบราณ วิถีชีวิตดั่งเดิมของพวกเขาเป็นอย่างไร ณ ปัจจุบันก็ยังคงเป็นแบบนั้น ทุกคนอาศัยอยู่บนพื้นฐานของความพอเพียง ไม่จำเป็นต้องมีสิ่งอื่นใดเข้ามาเติมแต่ง มีอาหารทุกมื้อ มีที่อยู่อาศัย มีเครื่องนุ่งห่มที่ผลิตเอง มีน้ำดื่มน้ำใช้ ถือว่าครบแล้วใน 4 ปัจจัย

อีกทั้งยังตั้งอยู่บนบรรทัดฐานของความเป็นชาวพุทธ ชาวบ้านที่นี่เป็นพุทธบริสุทธิ์ ไม่รับประทานเนื้อสัตว์ แต่จะหันมาบริโภคอาหารจำพวกผักและผลไม้แทน และไม่ได้เรียกร้องให้หน่วยงานใดเข้ามาช่วยเหลือ ซึ่งหลายครั้งที่มีหน่วยงานจากภาครัฐเข้ามาพูดคุยถึงการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตโดยการจะติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้า แต่ก็ได้รับการปฏิเสธจากชาวบ้านไป

ทั้งนี้ ในชุมชนจะมีกฏระเบียบของหมู่บ้าน โดยได้ตั้งข้อกำหนดการอยู่ร่วมกันของชุมชนห้วยต้มดังนี้ คือ 1. ห้ามเลี้ยงสัตว์ ห้ามฆ่าสัตว์ ห้ามนำสัตว์มาจำหน่ายจ่ายแจกในหมู่บ้าน วัด และสถานที่ต่างๆ 2.ห้ามจำหน่าย จ่ายแจกเครื่องดื่มที่เป็นแอลกอฮอร์ 3.ห้ามจัดเลี้ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และในเทศกาลงานต่างๆ 4.ต้องรักษาความสงบ ไม่รบกวนเพื่อนบ้าน 5.ต้องรักและซื่อสัตย์ ต่อคนในครอบครัว 6.ผู้ที่อยู่ในชุมชนห้วยต้มต้องควรเข้าวัด รักษาศีล ภาวนา บำเพ็ญสาธารณประโยชน์สม่ำเสมอและไม่เป็นปฏิปักษ์ ต่อการเผยแพร่ศาสนา หากมีผู้ใดฝ่าฝืนจะมีการตักเตือนจากผู้ใหญ่บ้าน 3 ครั้ง ซึ่งหากตักเตือนและยังไม่ยอมรับฟัง ในครั้งที่ 4 ก็จะมีการเชิญตัวออกจากหมู่บ้าน โดยคณะกรรมการและผู้ใหญ่บ้าน หลังถูกเชิญออกจากชุมชนแล้วก็จะมีการรื้อถอนบ้านทิ้ง และจัดแจงวัสดุอุปกณ์หลังจากการรื้อถอนไว้เป็นส่วนๆ เพื่อให้ผู้ที่ถูกเชิญออกจากชุมชน สามารถนำไปขายได้

นายวิมล กล่าวอีกว่า ปัจจุบันตนและคณะกลุ่มท่องเที่ยวชุมชนห้วยต้ม ได้จัดตั้งให้ชุมชนบ้านน้ำบ่อน้อย เป็นอีกหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและการอนุรักษ์ในวิถีชีวิตของชาวเผ่าปกาเกอะญอ หรือกะเหรี่ยงโบราณ ให้ชาวบ้านที่นี่ได้มีรายได้เสริม โดยการทำผลิตภัณฑ์ขาย เช่น จักสานประเภทต่างๆ และผ้าทอพื้นเมืองของกะเหรี่ยง และในส่วนของการพัฒนาในอนาคต จะมีการจัดตั้งศูนย์กลางการจำหน่ายสินค้าภายในบริเวณหมู่บ้าน เพื่อให้ชาวบ้านสามารถนำของที่ตนผลิตมาขายได้ และง่ายต่อการจำหน่ายให้แก่นักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชม

ด้านนายรอยพอ ธาราสุข อายุ 76 ปี ชาวปกาเกอะญอซึ่งอาศัยในหมู่บ้านน้ำบ่อน้อย กล่าวว่า ชีวิตทุกวันนี้ก็พออยู่พอกิน ไม่ได้ดิ้นรนอะไร อยู่แบบพอเพียง ซึ่งการไม่มีไฟฟ้าใช้มีข้อดี คือ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย อยู่ที่นี่มีทุกอย่างที่ต้องการ ทั้งอาหาร น้ำดื่ม เครื่องนุ่งห่มและที่อยู่อาศัย แม้ว่าที่ผ่านมาทางสาธารณสุขและองค์การบริหารส่วนตำบลนาทราย จะเข้ามาดูแลและถามไถ่ถึงการติดตั้งไฟฟ้าในหมู่บ้าน แต่พวกตนก็ปฏิเสธไป ไม่ขอรับแต่อย่างใด เนื่องจากอยากใช้ชีวิตตามวิถีดั่งเดิมของชนเผ่าชาวปกาเกอะญอ ซึ่งมีมาแต่สมัยบรรพบุรุษ และอนุรักษ์ไว้ซึ่งประเพณี วัฒนธรรมอันเก่าแก่สืบไป