รถทัวร์สายอุดรธานี-เชียงใหม่ เบรกแตก พุ่งชนรถตู้รับส่งนักเรียน ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 21 ราย
พ.ต.ต.กมล คิดอ่าน พนักงานสอบสวน สภ.เมืองลำปาง พร้อมเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยลำปางเจ้าหน้าที่บรรเทาภัย 3 เจ้าหน้าที่กู้ภัยอัมรินทร์ลำปางรถกู้ชีพโรงพยาบาลกว่า 10 คัน พร้อมอุปกรณ์ตัดถ่าง เดินทางตรวจสอบถนนเขลางค์นคร บริเวณแยกป่าขามเขตเทศบาลนครลำปาง อ.เมือง จ.ลำปาง
หลังรับแจ้งว่าเกิดอุบัติเหตุหมู่รถทัวร์ชนกับตู้นักเรียนและรถของประชาชนจำนวนหลายคัน ก่อนจะพุ่งเสาไฟ รั้วและบ้านชาวบ้านได้รับความเสียหายมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก
ที่เกิดเหตุพบรถตู้รับส่งนักเรียน ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว หมายเลขทะเบียน 2ฌ-5096 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นรถตู้ของกรมทางหลวง เลขข้างรถ 20-75121-1470-90 จอดอยู่ข้างถนนสภาพรถพังยับเยินทั้งคัน เบาะในรถกระเด็นตกกระจัดกระจาย มีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นเด็กนักเรียนอายุประมาณ 4-6 ปี จำนวน 3 ราย ผู้ใหญ่อีก 4 ราย รวมคนขับ ทั้งหมด 7 ราย กระเด็นออกนอกรถอาการสาหัส นอนร้องครวญอยู่ข้างรถและบนฟุตบาท เจ้าหน้าที่ต้องเร่งให้การช่วยเหลือก่อนจะนำตัวส่งโรงพยาบาลศูนย์ลำปางเป็นการด่วน
ห่างออกประมาณ 15 เมตร เจ้าหน้าที่พบรถทัวร์ปรับอากาศสายอุดรธานี-เชียงใหม่ สีฟ้า-ขาวหมายเลขทะเบียน 10-7254 อุดรธานี ของบริษัทจักรพงษ์ทัวร์ พุ่งชนร้านลำปางแบ๊ตเตอรี่ ด้านหน้าพังเสียหาย รถค้างอยู่ที่หน้าร้าน โดยมีรถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้าสปอร์ตไรเดอร์ สีบรอนซ์ หมายทะเบียน กค 4012 น่าน ถูกชนท้ายติดกับรั้วบ้าน พังเสียหาย มีคนเจ็บ 1 ราย
จากการตรวจสอบภายในรถทัวร์ พบว่ามีผู้เสียชีวิต 1 ราย ยังไม่ทราบชื่อ ขณะที่คนขับถูกอัดก๊อปปี้อาการสาหัสคาพวงมาลัยรถ ไม่สามารถขยับตัวได้ เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องนำเครื่องตัดถ่างเพื่อช่วยชีวิต ก่อนจะงัดร่างคนขับและผู้โดยสารออกมาได้สำเร็จ และรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลเป็นการด่วน
จากการสอบสวนนางยุพิน คำนุ อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 4/3 หมู่ 1 ต.เวินพระบาท อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ซึ่งเป็นกระเป๋ารถทัวร์และเป็นภรรยาของคนขับรถทัวร์ได้รับบาดเจ็บแน่นหน้าอกเล็กน้อย ให้การกับพนักงานสอบสวนว่าสามีตนซึ่งเป็นคนขับรถทัวร์ชื่อนายสมพรเพชร คำนุ อายุ 43 ปี ก่อนเกิดเหตุได้นำผู้โดยสารเดินทางออกจากสถานีขนส่งจังหวัดอุดรธานี เมื่อเวลาประมาณ 20.00 น.วันที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมา ตลอดเส้นทางผู้โดยสารได้ทยอยลงตามเส้นทางผ่านจังหวัดต่างๆ พอเข้าเขต จ.ลำปาง มาตามถนนวชิรวุฒิดำเนิน เพื่อเข้าสู่เมืองลำปาง และเป็นทางลงลาดชันเพื่อไปส่งผู้โดยสารที่สถานีขนส่งลำปาง
ปรากฏว่ารถเกิดเบรคแตกไม่อยู่ นายสมพรเพชร สามีพยายามเบรกแต่ก็ไม่อยู่จึงพยายามลดเกียร์ต่ำเพื่อให้รถชะลอความเร็ว แต่ก็เอาไม่อยู่ จากนั้นสามีก็ให้ตนซึ่งนั่งอยู่ข้างๆไปอยูข้างรถ และให้บอกผู้โดยสารเป็นชาวออสเตรเลีย 2 คน ผู้ชาย 1 คนและผู้หญิง 1 คน ให้หลบและเกาะเบาะนั่งไว้ให้ดีเนื่องจากเบรครถแตก ผู้โดยสารตกใจพากันหลบอยู่ใต้เบาะและเกาะที่เบาะนั่งพอมาถึงแยกไฟแดงป่าขาม สามีพยายามประคองรถแต่ก็เอาไม่อยู่เพราะไม่มีเบรค และจะเลี้ยวไปที่สถานีขนยส่งลำปาง ก่อนที่รถจะพุ่งชนท้ายรถตู้รับส่งนักเรียนและรถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้าสปอร์ตไรเดอร์ ซึ่งอยู่ด้านหน้ารถตู้ ก่อนรถจะชนไถลไปเกือบ 100 เมตร จนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมากดังกล่าว
นายสมชาติ มีจิต อายุ 30 ปี ชาว อ.นครไทย จ.พิษณุโลก เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ตนได้ขึ้นรถคันดังกล่าวจากอ.นครไทย เพื่อเดินทางไป จ.เชียงใหม่ ว่า ขณะนั้นตนได้ยินเสียงคนขับและกระเป๋ารถบอกว่ารถเบรคแตกให้ผู้โดยสารเกาะเบาะนั่งให้ดีเห็นคนขับพยามลดเกียร์ต่ำเพื่อชะลอความเร็วแต่ก็ไม่เป็นผล จากนั้นก็ได้ยินเสียงรถชนดังสนั่นหวั่นไหว ถึง 2-3 ครั้งก่อนจะพุ่งชนบ้านชาวบ้าน โชคดีที่ตนไม่เป็นอะไรมาก จากนั้นตนจึงรีบคลานออกมาจากรถพร้อมผู้โดยสารคนอื่นก่อนจะพบรถตู้และรถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้าสปอร์ตไรเดอร์ เสาไฟฟ้า รั้วบ้าน บ้านชาวบ้านถูกชนพังเสียหายและมีคนเจ็บจำนวนมาก
ด้านนายนายเชาว์ มันจันทร์ อายุ 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 46 ม.10 ต.บ่อสวก อ.เมือง จ.น่าน คนขับรถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้าสปอร์ตไรเดอร์ ให้การว่า ตนขััรถพาภรรยาคือนางพิมม์พันธ์ มันจันทร์ อายุ 56 ปี เดินทางมาจาก จ.น่าน เพื่อมาตรวจอาการป่วยที่โรงพยาบาลลำปาง พอมาถึงไปแดงป่าขาม ตนติดไฟแดงพอไปเขียวจึงขับออกไปโยมีรถตู้ตามหลังจากนั้นจู่ๆรถทัวร์ที่ขับตามหลังชนตู้และรถของตนไถลไปเกือบ 100 เมตรพุ่งชนเสาไฟฟ้าบ้านชาวบ้านหลายหลังจนได้รับเสียหาย ส่วนตนไม่ได้บาดเจ็บแต่ภรรยาบาดเจ็บที่หลังถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้กันเส้นทางที่เกิดเหตุไม่ให้รถทุกชนิดผ่าน ก่อนจะประสานรถยกมาลากรถออกจากที่เกิดเหตุต่อไป ส่วนสาเหตุจะได้สอบสวนสาเหตุที่แท้จริงต่อไป และจะได้เดินทางตรวจสอบที่โรงพยาบาลศูนย์ลำปาง ต่อไป สำหรับผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 23 ราย และเสียชีวิต 1 ราย





