รองผบ.ตร.เผยคดีค้ามนุษย์ ชาวโรฮิงญา ควบคุมสถานการณ์ได้หมดแล้ว เหลือเพียงจับกุมผู้ต้องหาค้ามนุษย์บางรายหนีออกนอกปท.
ที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรภาค9 ส่วนหน้า พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายเพื่อสรุปความคืบหน้าทางคดีทั้งในส่วนของการสอบสวนและการติดตามจับกุมผู้ต้องหา
หลังการประชุม พล.ต.อ.เอก เปิดเผยว่า ภาพรวมของคดีนี้เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ทั้งหมดแล้ว เหลือเพียงการติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีอีก 31 คน จากที่มีการออกหมายจับทั้งหมด 77 หมาย และควบคุมตัวได้แล้ว 46 คน ซึ่งมีบางคนที่เป็นผู้ต้องหารายสำคัญในจ.ระนองได้หลบหนียังประเทศเพื่อนบ้าน และอาจจะมีการออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มเติมในวันนี้ รวมทั้งให้ฝ่ายสืบสวนเร่งนำข้อมูลต่างๆให้ฝ่ายสอบสวนเพื่อประกอบคดี เพื่อให้เสร็จทันตามกรอบที่กำหนดไว้ภายในเดือนมิถุนายนนี้ ก่อนที่จะส่งให้อัยการสูงสุดพิจารณา
พล.ต.อ.เอก กล่าวว่า เนื่องจากคดีนี้เกี่ยวข้องกับอาชญากรข้ามชาติและเชื่อมโยงกันหลายจังหวัดจึงได้มีการแต่งตั้งพนักงานอัยการและพนักงานสอบสวนของตำรวจมาร่วมทำการสอบสวนเพิ่มเติมอีกกว่า 80 นาย ทั้งจากจ.สงขลา สตูล นครศรีธรรมราช พังงาและระนอง รวมทั้งจะนำคดีที่เกิดขึ้นทั้งในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 8 และภาค9 มารวมกันในสำนวนการสอบสวนด้วย ส่วนจะมีการแจ้งข้อหาอาชญากรข้ามชาติกับผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมทั้งหมดตามที่อัยการสูงสุดได้เสนอแนะหรือไม่นั้นในวันนี้จะมีการประชุมร่วมกันอีกครั้งทั้งพนักงานอัยการและพนักงานสอบสวน
พล.ต.อ. เอก ยังกล่าวว่า กรณีที่มีการพบหลุมฝังศพในฝั่งมาเลเซียนับร้อยหลุมนั้น อาจมีการประสานข้อมูลกับทางฝ่ายมาเลเซียเพื่อนำมาประกอบคดีนี้ด้วยและยืนยันว่าในส่วนของไทยพบศพแค่33 ศพเท่านั้น ส่วนการยึดทรัพย์เครือข่ายค้ามนุษย์นั้น ขณะที่ตัวเลขอยู่ที่ 84 ล้านบาท จ.นครศรีธรรมราชและระนอง 65 ล้านบาท และสตูล 21 ล้านบาท ส่วนของสงขลาซึ่งมีอยู่ 3 กลุ่มในวันนี้ทางปปง.จะเริ่มดำเนินการตรวจสอบ




