"พล.ต.อ,สมยศ" แถลงจับแก๊งตุ๋น22ราย หลอกนทท.ไปร้านจิวเวอร์รี่ เพื่อใช้บริการจนต้องเสียเงิน โฆษกตร. เตรียมขยายผลเอาผิดร้านค้า ฐานร่วมกันฉ้อโกง
พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. , พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร.และโฆษก ตร. , พล.ต.ต.อภิชัย ธิอามาตย์ ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว (ผบก.ทท.) และตำรวจท่องเที่ยว ร่วมแถลงจับกุมขบวนการฉ้อโกงนักท่องเที่ยว บริเวณสถานที่ท่องเที่ยวในพื้นที่กรุงเทพฯ อาทิ วัดพระแก้ว และวัดโพธิ์ โดยคนร้ายกลุ่มนี้มีพฤติกรรมรบเร้า ชักจูง โดยให้คำแนะนำรวมทั้งข้อมูลที่ผิดไปจากสภาพความเป็นจริงของสังคม อาทิ “วัดโพธิ์ปิด วัดพระแก้วปิด จะเปิดอีกครั้งในช่วงบ่าย” ซึ่งเป็นการทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ เข้าใจผิดว่า สถานที่อันศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของประเทศไทย และกรุงเทพฯ ปิดได้อย่างไร อันเป็นการทำให้เสียภาพลักษณ์ และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยโดยขบวนการนี้มีความผิดฐาน “ก่อความเดือดร้อนรำคาญแก่บุคคลอื่นในที่สาธารณะ , กระทำความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกง และข้อหาจอดรถในที่ห้ามจอด”
พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว ได้วางแผนจับกุมผู้ต้องหาที่หลอกลวงนักท่องเที่ยวได้จำนวน 22 ราย ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มที่ทำให้ประเทศไทยเสื่อมเสียชื่อเสียงทำลายอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เพียงเพื่อประโยชน์ของพวกเขากลุ่มเล็กๆ โดยคนร้ายกลุ่มนี้มีพฤติกรรมคือ เมื่อมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเพียงลำพัง เช่น มาเที่ยววัดพระแก้วโดยลำพัง ไม่มีทัวร์ หรือไกด์พามา เขาก็จะไปพูดหลอกลวง ชักจูง รบเร้า ก่อความวุ่ยวายให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยอย่างครั้งนี้จะมีกลุ่มบุคคลยืนอยู่บริเวณประตูมณีนพรัตน์ พระบรมมหาราชวัง และมีผู้ร่วมขบวนการเป็นผู้ขับขี่รถสามล้อ หรือตุ๊กตุ๊ก คอยพูดคุยชักชวนด้วย ซึ่งจากข้อมูลเดิมทั้งจากการร้องเรียนของนักท่องเที่ยว และสายลับที่ลักษณะเหมือนนักท่องเที่ยวที่ส่งไป พบว่าคนร้ายจะชวนพูดคุย พร้อมแสดงข้อมูลเท็จต่อนักท่องเที่ยว เช่นว่า วัดพระแก้วปิด หรือวัดโพธิ์ปิด เนื่องจากมีพิธีการสำคัญของรัฐบาล หรือพิธีทางศาสนา แล้วเชิญชวนนักท่องเที่ยวเหล่านั้นไปที่อื่น โดยเฉพาะร้านเครื่องประดับจิวเวอร์รี่ต่างๆ เพื่อหวังผลตอบแทนที่ทางร้านจิวเวอร์รี่เหล่านั้นจะจ่ายให้
“นักท่องเที่ยวได้ร้องเรียนไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตำรวจท่องเที่ยว แม้กระทั่งรัฐบาล ว่าพวกเขาถูกหลอกลวง เอารัดเอาเปรียบจากชาวไทยกลุ่มนี้ และได้นำข้อมูลเรื่องราวที่เกิดขึ้นไปโพสต์ลงในโซเชียลมีเดีย และมีการนำไปออกทีวี และหนังสือพิมพ์ของต่างประเทศ สร้างความเสียหายแก่ประเทศไทยอย่างมหาศาล โดยเรื่องนี้ผมได้ให้ พล.ต.ท.ประวุฒิ ลงไปดำเนินการร่วมกับตำรวจท่องเที่ยว กระทั่งสามารถจับกุมตัวได้ดังกล่าว” ผบ.ตร. กล่าว และว่า แม้ข้อหาจะไม่รุนแรง ความเสียหายจะไม่มาก แต่ถือเป็นเรื่องสำคัญที่เจ้าหน้าที่บ้านเมืองต้องกำจัดพฤติกรรมเหล่านี้ให้หมดไป เพราะเป็นสิ่งที่สร้างความเสียหายต่อประเทศชาติมาก
พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวว่า พฤติกรรมของคนกลุ่มนี้ จะพานักท่องเที่ยวไปยังร้านขายของที่ระลึก ร้านจิวเวอร์รี่ ร้านอาหาร และตามร้านตัดเสื้อต่างๆ ซึ่งร้านเหล่านี้จะให้ค่าคอมมิสชั่นแก่ผู้ที่พามาค่อนข้างสูง บางร้านสูงถึง 30 เปอร์เซ็น โดยโอกาสนี้ขอประกาศไปยังร้านอาหาร หรือร้านค้าต่างๆเหล่านั้นด้วยว่า พฤติกรรมของพวกท่านเช่นนี้ ถือว่าเข้าข่ายร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์ ซึ่งตำรวจกำลังขยายผลอยู่ ดังนั้น จึงอยากขอให้เลิกพฤติกรรมเหล่านี้เสีย
“เจ้าของร้านเหล่านี้ จะส่งสายลับให้ไปหลอกนักท่องเที่ยวมาเข้าร้าน และโก่งราคาสินค้า ดังเช่นที่ปรากฎเป็นข่าวว่า มีนักท่องเที่ยวชาวจีนไปทานอาหารซีฟู๊ดร้านหนึ่ง และเสียค่าอาหารผัดผักบุ้งจานละกว่า 1,000 บาท เป็นต้น จึงขอให้ผู้ที่กระทำเช่นนี้ หยุดพฤติกรรมดังกล่าว เนื่องจากเมื่อนักท่องเที่ยวได้เดินทางกลับประเทศของเขสไปแล้ว และได้นำข้อมูลเหล่านั้นไปโพสต์ลงในสังคมออนไลน์ ค่อนข้างรุนแรงส่งผลเสียแก่ประเทศไทยมาก” โฆษก ตร. กล่าว
พล.ต.ต.อภิชัย กล่าวว่า ตำรวจได้จับตาคนกลุ่มนี้มาโดยตลอด และได้สืบสวนพฤติการณ์อย่างใกล้ชิด เช่น นักท่องเที่ยวรายล่าสุดเป็นชาวสวีเดน ซึ่งเดินทางมาเที่ยววัดพระแก้ว แต่มีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งมาชักชวนให้ไปที่ร้านต่างๆ โดยหลอกว่าวันนี้วัดปิด ให้ไปซื้อของดีกว่า กระทั่งตำรวจสามารถสืบสวนจับกุมได้ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ขอให้ช่วยกันตักเตือนผู้มีพฤติกรรมเหล่านี้ อยากให้เป็นเจ้าบ้านที่ดี หรือหากมีข้อมูลโปรดแจ้งมายังตำรวจท่องเที่ยวได้ทันทีที่หมายเลข 1155 ตลอดเวลา




