นายหน้าปล่อยเกาะ โรฮิงญา จำนวน 106 ที่เกาะสต๊อก หมู่เกาะสุรินทร์ เผยยังลอยเรือกลางทะเลอีกนับ 1,000 คน
ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดพังงา ต.ถ้ำน้ำผุด อ.เมืองพังงา นายประยูร รัตนเสนีย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา พร้อมด้วย พล.ต.ต.ชลิต แก้วยะรัตน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพังงา นายทินกร มุสิกวัตร ปลัดจังหวัดพังงา น.อ.กนกพล พิมพ์ทอง รอง ผอ.กอ.รมน.จังหวัดพังงา นำส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง
ร่วมตรวจสอบชาวโรฮินจาที่ถูกเจ้าหน้าที่ทัพเรือภาค 3 ควบคุมตัว ได้ที่บริเวณด้านทิศตะวันออกของเกาะสต๊อก หมู่เกาะสุรินทร์(เกาะสุรินทร์เหนือ) ซึ่งเป็นเขตน่านน้ำรอยต่อระหว่างประเทศเมียนมาและจังหวัดพังงา ของประเทศไทย เมื่อช่วงค่ำวันที่ 14 พ.ค.ที่ผ่านมา
ก่อนที่เจ้าหน้าที่นำชาวโรฮิงญาทั้งหมดจำนวน 106 คน ประกอบด้วย ชาย 50 คน หญิง 3 คน เด็กชาย 38 คน เด็กผู้หญิง 15 คน ขึ้นเรือ เรือรบหลวงชลบุรี และเรือ ต.993 ขึ้นฝั่งและควบคุมตัวส่งตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดพังงา และต่อมาทีมสหวิชาชีพ ได้เข้าดำเนินการสัมภาษณ์ชาวโรฮิงญาทั้งหมด เพื่อทำการคัดแยกว่าได้ตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์หรือไม่
นายประยูร รัตนเสนีย์ กล่าวว่า รัฐบาลได้สั่งการทุกหน่วยร่วมกันจัดการในเรื่องปัญหาชาวโรฮิงญา โดยเฉพาะจังหวัดพังงาซึ่งเป็นเมืองหน้าด่านจังหวัดหนึ่งที่เป็นเส้นทางสู่ประเทศที่สามและเส้นทางของขบวนการค้ามนุษย์ ที่ผ่านมาจังหวัดพังงาก็ได้ดำเนินการแก้ปัญหาได้เป็นอย่างดี ตามหลักมนุษยธรรมและตามหลักสากล มาโดยตลอด
ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า ประเทศไทยไม่ได้เป็นจุดหมายที่พวกเขาต้องการไป โดยล่าสุดทางจังหวัดพังงาได้สนธิกำลังออกลาดตระเวนและเข้าตรวจสอบพื้นที่ต้องสงสัยว่าเป็นที่พักของชาวโรฮีนจาในพื้นที่อำเภอคุระบุรีและอำเภอตะกั่วป่าโดยเฉพาะพื้นที่ริมทะเลและเกาะแก่งต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ก็ไม่พบแต่อย่างใด
โดยแหล่งข่าวได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า กลุ่มชาวโรฮีนจาชุดนี้ได้เดินทางลอยลำอยู่ในทะเลนานกว่า 1 เดือนแล้ว และจากการที่ทางการไทยได้เข้มงวดและเอาจริงเอาจังทำให้นายหน้าชาวไทยกลัว จึงนำมาปล่อยทิ้งไว้ที่เกาะสต๊อกเมื่อสามวันที่ผ่านมา และคาดว่ายังมีชาวโรฮีนจาที่ยังอยู่บนเรือในทะเลอีกไม่น้อยกว่า 1,000 คน





