วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ศรชล.เขต3เร่งทำความเข้าใจชาวประมง หวังปลดล็อคใบเหลือง

ศรชล.เขต3 เร่งเดินหน้าทำความเข้าใจชาวประมง หวังปลดล็อคใบเหลือง เผยในพื้นที่มีเรือประมงเข้าข่ายดำเนินการร่วม1,000ลำ

ที่ห้องประชุมชั้น 2 โรงแรมรอยัลภูเก็ต ซิตี้ อ.เมือง จ.ภูเก็ต พล.ร.ท.สายันต์ ประสงค์สำเร็จ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลเขต 3 (ศรชล.เขต 3) เป็นประธานการประชุม ศรชล.เขต 3 ครั้งที่ 4/2558 เพื่อชี้แจงแนวทางการดำเนินการแก้ไขการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม หรือIllegal Unreported and Unregulated Fishing (IUU Fishing)ในพื้นที่ ศรชล.เขต ที่รับผิดชอบในการจัดตั้งศูนย์PIPOจำนวน 6 ศูนย์ฯ ในพื้นที่จังหวัดฝั่งทะเลอันดามัน (จังหวัดละ 1 ศูนย์) โดยให้ผู้ที่เกี่ยวข้องที่ต้องดำเนินการ ผู้ประกอบการเจ้าของเรือประมงได้รับทราบ และมีความเข้าใจ ไปในทิศทางเดียวกัน รวมทั้งรับทราบปัญหา ข้อขัดข้อง และข้อเสนอแนะที่เกิดขึ้นในการปฏิบัติต่าง ๆ โดยมี หัวหน้าส่วนราชการและผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใน ศรชล.เขต 3 ได้แก่ ภูเก็ต พังงา กระบี่ ตรัง ระนองและสตูล  เข้าร่วม

พล.ร.ท.สายันต์ กล่าวว่า การแก้ไขการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและไร้การควบคุม(IUU) ถือเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลที่ต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายใน 6 เดือน หลังจากที่ประเทศไทยได้รับใบเหลือจากสหภาพยุโรป หรืออียู ทำให้ส่งผลกระทบต่อการส่งออกสัตว์น้ำที่จะนำไปจำหน่ายในประเทศสหภาพยุโรป ดังนั้นทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจะต้องให้ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลที่กำหนด โดยมีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 10/2558 เรื่อง การแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและไร้การควบคุม โดยมีการจัดตั้งศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย (ศปมผ.) ขึ้งตรงต่อนายกรัฐมนตรี โดยมีผู้บัญชาการทัพเรือเป็นผู้บัญชาการ ศปมผ.

“การขับเคลื่อนการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามนโยบายนั้น ได้มีการจัดตั้ง หมวดเรือเฉพาะกิจ โดยเป็นการสนธิกำลังจากหน่วยต่างๆ ใน ศรชล.เขต3เพื่อปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายประมง การจัดตั้งศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้า-ออก (Port In- Port OutControlling Center) ศูนย์ให้บริการและอำนวยความสะดวกแก่เรือประมงแบบเบ็ดเสร็จ(Fishing One Stop Service)ประจำในแต่ละจังหวัดชายทะเล และศูนย์ควบคุมการจัดตั้งระบบVMSในแต่ละพื้นที่ โดยในพื้นที่ฝั่งอันดามัน ทั้ง6จังหวัด มีระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล ได้มอบหมายให้ศรชล. เขต 3 รับผิดชอบดำเนินการควบคุมและกำกับการปฏิบัติ ซึ่งได้ดำเนินการจัดตั้งเรียบร้อยแล้ว โดยมีกำลังพลประกอบด้วยกำลังพลจากหน่วยงานต่างๆ ศูนย์ละ 18 นาย และได้เริ่มปฏิบัติงานมาตั้งแต่วันที่6พฤษภาคมที่ผ่านมา ยกเว้นในพื้นที่ จ.ระนอง และภูเก็ต ที่เป็นพื้นที่โครงการนำร่องมาตั้งแต่1เมษายน58”

พล.ร.ท.สายันต์ กล่าวด้วยว่า จากการประชุมร่วมกันของหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องและผู้ประกอบการประมงทั้ง 6 จังหวัดอันดามัน ได้ข้อสรุปว่า ทั้งส่วนราชการและภาคเอกชน จะร่วมมือกันในการดำเนินการเพื่อให้สามารถปลดล็อคใบเหลืองของอียูได้ ซึ่งสถานการณ์ในพื้นที่ ศรชล.เขต 3 ภาพรวมมีปัญหาที่จะต้องแก้ไขไม่มากนัก โดยปัญหาหลัก คือ การจดทะเบียนเรือ อาชญาบัตรในการทำการประมง และการติดตั้งระบบVMSในเรือประมง ซึ่งยังไม่ครบถ้วน แต่คาดว่าจะสามารถดำเนินการได้แล้วเสร็จตามที่กำหนดไว้ ปัจจุบันเรือประมงในพื้นที่ศรชล เขต 3 ที่เข้าข่ายต้องดำเนินการ คือ มีขนาด 30 ตันกรอสขึ้นไปมีจำนวนประมาณ 1,000 ลำ และมีท่าเรือที่รองรับเรือดังกล่าวจำนวน 136 ท่า โดยตรวจสอบจากฐานข้อมูลของกรมเจ้าท่า และจะเชิญเจ้าของเรือเข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อเป็นการตรวจซ้ำและให้ได้จำนวนที่แท้จริง ซึ่งการดำเนินการต่างๆ เป็นไปตามมาตรการที่ทาง ศปมผ.จากส่วนกลางกำหนด ทั้งนี้คาดว่า ภายใน 6 เดือนน่าจะแก้ปัญหาการทำประมงผิดกฎหมายได้มากพอสมควร

พล.ร.ท.สายันต์ กล่าวด้วยว่า กิจกรรมที่ดำเนินการเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวที่ผ่านมา ได้แก่ การตรวจเรือประมงที่จอดอยู่บริเวณท่าเรือ/แพปลาต่างๆ โดยสนธิกำลังกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และการตรวจเรือประมงที่ทำการประมงในทะเลว่ามีการแจ้งเข้า-ออกหรือไม่ นอกจากนี้ยังมีการชี้แจงทำความเข้าใจกับพี่น้องชาวประมงผ่านทางสื่อต่างๆ และให้ทางศูนย์ฯ ต่างๆ เชิญผู้ประกอบการ/เจ้าจองเรือแต่ละพื้นที่มาชี้แจงทำความเข้าใจในการดำเนินการที่มีความจำเป็นเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ และขอความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรณรงค์และประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนพี่น้องชาวประมงให้ได้รับทราบข้อมูลที่ชัดเจน ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาได้รับความร่วมมือจากพี่น้องชาวประมงเป็นอย่างดี แต่ทั้งนี้จะต้องดำเนินการด้วยความจริงใจในการแก้ปัญหาร่วมกัน และสร้างความเข้าใจที่ชัดเจนด้วย