สมพล คูเกษมกิจ เฮดโค้ชทีมแบดมินตันไทย ยอมรับว่าลูกทีมเป็นรองเยอรมนี
ในการแข่งขันนัดชี้ชะตาว่าจะอยู่หรือไป ศึกทีมผสมชิงแชมป์โลก "สุธีรมานคัพ" ที่ประเทศจีน วันที่ 11 พ.ค.นี้ ต้องรอดูเกมที่นักตบเบียร์จะแข่งกับเจ้าถิ่น วันที่ 10 พ.ค.ก่อน จึงจะตัดสินใจจัดตัวนักกีฬาว่าใครได้ลงสนามบ้าง
ความเคลื่อนไหวของทีมแบดมินตันไทย ที่เข้าร่วมการแข่งขันแบดมินตันทีมผสมชิงแชมป์โลก "สุธีรมานคัพ 2015" ระหว่างวันที่ 10-17 พฤษภาคมนี้ ที่เมืองตงกวน ประเทศจีน ล่าสุดเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคมที่ผ่านมา ทีมไทยได้เดินทางไปฝึกซ้อมที่ตงเฟง สปอร์ต เซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นสังเวียนแข่งขันจริง
นายสมพล คูเกษมกิจ หัวหน้าผู้ฝึกสอนของทีมไทย เปิดเผยว่า การลงเล่นนัดแรกของทีมลูกขนไก่ไทยที่จะพบเยอรมนี ในวันที่ 11 พฤษภาคม เวลา 12.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ถือเป็นการชี้ชะตาว่าจะผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายหรือไม่ โดยถือว่าทีมไทยโชคดีเล็กน้อยที่จะได้เห็นฟอร์มการเล่นของทีมจากเมืองเบียร์ที่จะพบ “เจ้าภาพ” จีน ในวันที่ 10 พฤษภาคมนี้ก่อน ซึ่งแน่นอนว่าการเล่นนัดดังกล่าวจะมีผลต่อการจัดตัวผู้เล่นที่จะลงสนามของทีมไทยแน่นอน
"ตอนนี้เราคงต้องดูก่อนว่าทีมเยอรมนีจัดตัวอย่างไรในการลงเล่นนัดแรกกับจีน จึงจะตัดสินใจอีกครั้งว่าเราจะส่งใครลงไปเล่นบ้างในแต่ละประเภท ส่วนความหวังนั้น ต้องยอมรับว่าทั้งคู่ก็หวังที่จะตามเจ้าภาพจีน ผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศให้ได้ โดยหากเทียบตัวผู้เล่นโดยรวมต้องยอมรับว่าเราเป็นรองอยู่ โดยเฉพาะประเภทคู่ แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่ว่าวันแข่งเป็นวันของใครและสภาพตัวผู้เล่นทั้งสองฝ่ายใครพร้อมกว่ากัน"
การแข่งขันแบดมินตันสุธีรมานคัพ 2015 ทีมไทยซึ่งเป็นทีมวางอันดับ 7 อยู่ในสาย เอ โดยหลังจากพบเยอรมนี ที่เป็นทีมอันดับ 9 แล้ว ในวันที่ 12 พฤษภาคม จะลงเล่นรอบแรกนัดสุดท้ายพบจีน เจ้าของแชมป์ 9 สมัย และทีมวางอันดับ 1 ของรายการ ในวันที่ 12 พฤษภาคมนี้ เวลา 18.00 น.
นักตบลูกขนไก่ไทยชุดนี้ ประกอบด้วย ทนงศักดิ์ แสนสมบูรณ์สุข, บุญศักดิ์ พลสนะ, บดินทร์ อิสสระ, สุดเขต ประภากมล, นิพิฐพนธ์ พวงพั่วเพชร, ภควัฒน์ วิไลลักษณ์, รัชนก อินทนนท์, บุศนันทน์ อึ๊งบำรุงพันธุ์, กุลชลา วรวิจิตรชัยกุล, ดวงอนงค์ อรุณเกษร, ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย, พุธิตา สุภจิรกุล โดยการเล่นจะแข่งกันทั้ง 5 ประเภท คือ ชายเดี่ยว, หญิงเดี่ยว, ชายคู่, หญิงคู่ และคู่ผสม อย่างละ 1 นัด ทีมใดชนะ 3 คู่ จะเป็นฝ่ายชนะในนัดนั้น โดยรอบแรกจะต้องเล่นกันให้ครบทั้ง 5 คู่ ขณะที่รอบน็อกเอาท์ทีมที่ชนะ 3 คู่ก่อน จะเป็นผู้ชนะทันที
สำหรับผู้ที่สนใจชมการแข่งขันและให้กำลังใจนักกีฬาไทย ผ่านการถ่ายทอดสดทางทรูวิชั่นส์ ช่องทรูสปอร์ต เอชดี (666) และทรูสปอร์ต 7 (686) หรือชมสดได้ทุกที่ผ่านแอพพลิเคชั่นทรูวิชั่นส์ เอนิแวร์





