กทม.เฝ้าระวัง 70 ตึกสูง เสี่ยงแผ่นดินไหว ยันเตรียมแผนรับเหตุฉุกเฉิน พร้อมตั้งศูนย์บริหารจัดการภัยพิบัติ
ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร(กทม.) ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. เป็นประธานการประชุมหัวหน้าหน่วยงาน โดยนายภัทรุตม์ ทรรทรานนท์ ผู้อำนวยการสำนักการโยธา(สนย.) ได้รายงานการเตรียมความพร้อมรับมือแผ่นดินไหวของกทม.ว่า สนย.ได้มีมาตรการตรวจสอบและเฝ้าระวังอาคารที่มีความเสี่ยง โดยจากสถิติการเกิดแผ่นดินไหวในประเทศไทยในรอบ 70-80 ปีที่ผ่านมา เกิดเหตุแผ่นดินไหว 263 ครั้ง มีเพียง 42 ครั้ง ที่กรุงเทพฯสามารถรับรู้ได้ แต่ไม่สร้างความเสียหายต่อโครงสร้างอาคาร ซึ่งจำนวนอาคารในกรุงเทพฯ แบ่งเป็นอาคาร 1-3 ชั้นจำนวน 1,993,207 หลัง อาคาร 4-7 ชั้น จำนวน 35,851 หลัง อาคาร 8-20 ชั้น จำนวน 3,982 หลัง และอาคาร 20 ชั้นขึ้นไป จำนวน 736 หลัง
ซึ่งกทม.มีพ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ในการควบคุมอาคารดังกล่าว นอกจากนี้ยังมีกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์การอนุญาตดัดแปลงอาคารเพื่อเสริมความมั่นคงแข็งแรงของอาคาร ให้สามารถให้ต้านแรงสั่นสะเทือนกับแผ่นดินไหวพ.ศ.2555 ซึ่งครอบคลุมอาคารตามกฎกระทรวง พ.ศ.2550 โดยให้เฝ้าระวัง 10 จังหวัด แบ่งเป็นภาคใต้ 5 จังหวัด ภาคกลาง 5 จังหวัด ได้แก่ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม กรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี รวมทั้งมีกฎกระทรวงกำหนดประเภทอาคารที่ต้องจัดให้มีผู้ตรวจสอบ พ.ศ.2548 ทั้ง 9 ประเภท
“สำหรับอาคารที่ก่อสร้างก่อน พ.ศ. 2550 สามารถยื่นขอดัดแปลงเพิ่มเติมได้ เช่น ติดตั้ง สปริงเกอร์ และบันไดหนีไฟ เป็นต้น ขณะเดียวกันกรมโยธาธิการและผังเมือง ยังได้ออกคู่มือประกอบกฎกระทรวงดังกล่าวด้วย อย่างไรก็ตามสนย.เป็นหน่วยควบคุมอาคารให้เป็นไปตามกฎหมายโดยจะมีการเฝ้าระวัง 70 อาคารที่มีความเสี่ยง ขณะเดียวกันในอนาคตจะมีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น การก่อสร้างอาคารสูงพิเศษและสะพานขนาดใหญ่เพื่อรองรับแรงลมและแผ่นดินไหวเป็นหลัก”นายภัทรุตม์ กล่าว
ด้าน พ.ต.อ.พิชัย เกรียงวัฒนศิริ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(สปภ.) กล่าวว่า สปภ.ได้เตรียมความพร้อม 1.จัดทำแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2553-2557 เพื่อเป็นกรอบในการปฏิบัติงาน ครอบคลุมสาธารณภัยทุกประเภทรวมถึงภัยจากแผ่นดินไหวและอาคารถล่ม 2.จัดทำแผนป้องกันและลดผลกระทบจากแผ่นดินไหวและอาคารถล่มกรุงเทพฯ 3.อบรมและฝึกซ้อมด้านภัยจากแผ่นดินไหวและอาคารถล่มให้กับเจ้าหน้าที่กทม. 4.จ้างที่ปรึกษา เพื่อจัดทำแผนปฏิบัติการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจากแผ่นดินไหวและอาคารถล่มในพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างนำผลการศึกษาไปพิจารณาวางแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจากแผ่นดินไหวและอาคารถล่ม 5.กรณีเกิดภัยจะจัดตั้ง “ศูนย์บริหารจัดการภัยพิบัติกรุงเทพมหานคร” เพื่อจัดส่งบุคลากร อุปกรณ์ พร้อมปฏิบัติงานในศูนย์และงานภาคสนามเพื่อให้ภัยยุติให้เร็วที่สุด 6.สปภ.จัดเตรียมเจ้าหน้าที่ อุปกรณ์ ยานพาหนะ พร้อมปฏิบัติงานตลอด 24 ชม. 7.เผยแพร่ความรู้ ข้อมูล ข่าวสารแก่ประชาชนให้ทราบให้มากที่สุด
ขณะที่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า กทม.มีแผนที่ดีแต่แนวทางการนำเสนอหรือเผยแพร่ข้อมูลแก่ประชาชนนั้น ควรมีแนวทางที่น่าสนใจหรือเข้าใจได้ง่าย ไม่น่าเบื่อ เพื่อให้ประชาชนรับรู้และปฏิบัติได้ถูกวิธีเมื่อเกิดเหตุ ซึ่งจะลดความสูญเสียได้





