ตร.ยันแจ้งข้อหา นศ.สาวเมาซิ่งเก๋งชนขบวนจักรยาน เสียชีวิต 3 ราย หลังออกจากรพ. ขณะที่ญาติผู้เสียชีวิตกลุ่มปั่นฯ ได้นำศพประกอบพิธีตามศาสนา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเมื่อเช้าวันนี้ เวลา 06.15น. ได้มีอุบัติเหตุ รถยนต์เก๋งสีดำ ยี่ห้อโตโยต้า ทะเบียน ขย 9417 เชียงใหม่ ชนขบวนรถจักรยาน บริเวณถนนหลวงสาย 118 เชียงใหม่-ดอยสะเก็ด กม.ที่ 8 ขาออกเชียงใหม่ ต.บ่อหิน อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ โดยมี นางสาวภัทร์ชุดา จายเรือน อายุ 23 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง เป็นผู้ขับขี่ ได้รับบาดเจ็บแขนขวาหัก มีอาการคล้ายมึนเมา มีกลิ่นแอลกอฮอล์คลุ้ง คาดว่าเกิดจากการเมาสุราทำให้ไม่มีสติขณะขับรถพุ่งชนขบวนจักรยาน ทำให้มีผู้เสียชีวิตคาที่ 3 รายและบาดเจ็บอีก 3 ราย รวมนางสาวภัทร์ชุดา ที่บาดเจ็บกระดูกแขนขวาหัก
พ.ต.ต.สุริยันต์ จันทร์ใส พนง.สอบสวนชำนาญการพิเศษ สภ.ดอยสะเก็ด กล่าวว่า จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุโดยละเอียดพบว่า ไม่มีร่องรอยการเบรกห้ามล้อ ของรถยนต์ที่นางสาวภัทร์ชุดา ขับมาชนขบวนจักรยานแต่อย่างใด รวมทั้งจากการวัดแอลกอฮอล์ พบว่านางสาวภัทร์ชุดา มีปริมาณแอลกอฮอล์สูงกว่ามาตรฐานอยู่ที่ 67 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ จึงปักใจเชื่อว่า เกิดจากอาการมึนเมา หรือหลับใน ขณะที่ขับขี่มาด้วยความเร็วกว่า 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ก่อนจะพุ่งชนกลุ่มนักปั่นจักรยานจนเป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บ จนถึงแก่ชีวิต และไปชนกับเสาไฟฟ้า 1 ต้นและพลิกคว่ำ
ขณะที่ผู้เสียชีวิตทั้ง 3 คน ได้แก่ นายสมาน กันธา อายุ 62 ปี,นายพงษ์เทพ คำแก้ว อายุ 40 ปี และ นาย ชัยวัฒน์ ย่องลั่น อายุ 63 ปี ได้มีการส่งให้ญาตินำศพไปประกอบพิธีตามศาสนาแล้ว ขณะที่ผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 ราย ได้แก่ ว่าที่ ร.ต.สุพล ตาสิงห์ อายุ 56 ปี ได้นำส่งโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ปัจจุบันพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ยังต้องพักรักษาตัวและเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิดอย่างน้อย 1 วันเนื่องจากมีแผลแตกที่ศีรษะ และซี่โครงหัก 3 ซี่ ส่วนผู้บาดเจ็บอีก 1 ราย คือ นายพงษ์ศักดิ์ พลสิงห์ อายุ 36 ปี ที่นำส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลลานนา อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ปัจจุบันปลอดภัยและสามารถกลับบ้านได้แล้ว
อย่างไรก็ตาม นางสาวภัทร์ชุดา ยังคงต้องพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลลานนา อ.เมือง จ.เชียงใหม่อย่างน้อย 1 วัน เนื่องจากกระดูกแขนขวาหัก เมื่อแพทย์อนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาล จึงจะได้มีการเชิญตัวมาสอบปากคำและแจ้งข้อหาตามกฎหมายต่อไป โดยเบื้องต้นคาดว่ามีความผิดในคดีขับรถขณะมึนเมาจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ชีวิต ซึ่งจะต้องขึ้นอยู่กับอำนาจศาลตัดสินต่อไป
ขณะที่ นายมงคล งานขยัน หนึ่งในกลุ่มนักปั่นจักรยานสมัครเล่นชมรมจักรยานอำเภอสันทราย จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า ปกติทางชมรม ได้มีการปั่นจักรยานกันเป็นประจำทุกวัน โดยในวันอังคารถึงศุกร์มักจะนัดกันปั่นจักรยานในช่วงเช้า โดยจะปั่นเป็นระยะทางใกล้ เช่นบริเวณถนนสายหน้ามหาวิทยาลัยแม่โจ้ เพื่อเป็นการออกกำลัง เสริมสร้างสุขภาพ ขณะที่ในวันหยุด เสาร์ อาทิตย์และวันนักขัตฤกษ์ มักจะมีการนัดกันปั่นเป็นระยะทางไกล โดยในวันนี้ก็ได้มีแผน ปั่นจักรยานจากอำเภอสันทราย จ.เชียงใหม่ ไปยังอำเภอแม่ขะจาน จ.เชียงราย โดยใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 118 เชียงใหม่-เชียงราย เป็นระยะทางราว 200 กิโลเมตร โดยเช้าวันนี้ เพิ่งเริ่มการปั่นเพียงประมาณ 3 กิโลเมตร ก่อนที่จะประสบอุบัติเหตุดังกล่าว
โดยปกติแล้วทางกลุ่มปั่นจักรยานทั่วไป รวมทั้งกลุ่มนักปั่นจักรยานสมัครเล่นชมรมจักรยานอำเภอสันทราย จ.เชียงใหม่ ของตน ก็มักจะมีแผนการป้องกันอุบัติเหตุ หรือเหตุสุดวิสัยป้องกันไว้แล้ว โดยจักรยานทุกคันจะมีการติดตั้งไฟสัญญาณไฟกระพริบไว้ที่ท้ายรถใต้เบาะส่องไปด้านหลัง เห็นได้ชัดแม้ในระยะไกล รวมทั้งบางคันก็มีไฟติดตั้งเพิ่มเติมที่หมวกนิรภัย และด้านหลังชุดอีกด้วย ขณะที่การจัดรูปขบวนก็ไม่เป็นการกีดขวางทางจราจรแต่อย่างใด เป็นการจัดรูปขบวนเรียงหนึ่ง มีผู้นำเส้นทาง 1 คน และผู้ปิดท้ายขบวน 1 คนคอยช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุสุดวิสัย รถเสีย หรือบาดเจ็บ
ขณะเกิดเหตุ เป็นเวลาที่พระอาทิตย์ขึ้นแล้ว สามารถมองเห็นถนนได้ชัดเจน โดยขณะนั้นตนอยู่บริเวณกลุ่มหน้าขบวน ก่อนจะได้ยินเสียงดังสนั่นด้านท้ายขบวนเมื่อมองไปจึงพบว่ามีรถเก๋งสีดำกำลังพุ่งเสียหลักไปจนเสาไฟฟ้ากลางถนนก่อนพลิกหงายท้อง พร้อมกับฝุ่นที่ฟุ้งกระจาย หลังจากที่ฝุ่นเริ่มสลาย จึงพบรถจักรยานในสภาพแหลกเหลวไม่มีชิ้นดี และนักปั่นในสภาพถูกชนอย่างจังเสียชีวิตทันที 3 ราย บาดเจ็บสาหัส 2 ราย จึงจำเป็นต้องหยุดกิจกรรมและดำเนินการขอความช่วยเหลือ และลำเลียงผู้บาดเจ็บ
เนื่องจากกลุ่มปั่นจักรยานของตน เป็นกลุ่มคนที่ทำงานแล้ว และส่วนใหญ่ค่อนข้างมีอายุ รถจักรยานบางคันราคากว่า 1 แสนบาท รวมทั้งหมวกนิรภัย แต่ละคนก็ราคา ไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นบาท สามารถป้องกันความปลอดภัยได้ในระดับหนึ่ง แต่เหตุการณ์เมื่อเช้าถือเป็นกรณีสุดวิสัย เมื่อรถยนต์มาด้วยความเร็วสูงมาปะทะจากด้านหลังอย่างไรก็คงไม่สามารถป้องกันตัวเองหรือปลอดภัยได้ แม้แต่หมวกนิรภัยที่ผู้เสียชีวิตใส่ราคาร่วม 1 หมื่นบาท ก็ถึงกับแตกกระจาย
ขณะที่ในส่วนของ การดำเนินการประกอบพิธีศพทางศาสนา ในวันนี้ ศพของนายสมาน และนายชัยวัฒน์ ได้มีการประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลทางศาสนาพุทธแล้ว ที่บ้านของญาติในบริเวณพื้นที่ อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ ขณะที่ศพของนายพงษ์เทพ กำลังดำเนินการประสานให้ทางญาติที่อยู่ในพื้นที่ จังหวัดเชียงราย รับศพไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป





