วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'สุวิระ'นำตำรวจบุกยึดคอนโดหรู'คดียูฟัน'

“สุวิระ” นำตำรวจบุกยึดคอนโดหรู “คดียูฟัน” 43 ห้องมูลค่า 70 ล้าน

พล.ต.ท.สุวิระ ทรงมตตา ผู้ช่วย ผบ.ตร. พร้อมด้วย พ.ต.อ.อังกูร คล้ายคลึง รอง ผบก.ปคบ. นำกำลัง จนท.ตำรวจและ ปปง. นำหมายค้น เลขที่ ค20/2558 ลงวันที่ 2 พฤษภาคม 2558 เข้าตรวจ @Room Condominium เลขที่ 131 ซอยสุขุมวิท 66/1 ถ.สุขุมวิท แขวงและเขตบางนา กทม. ของนายชนินทร์ ฉัตราตริชาติ ซึ่ง นายฤทธิเดช วรงค์ ผู้ถือหุ้นใหญ่ ผู้ต้องหาตามหมายจับ ซึ่งถูกจับกุมตัวไปแล้วก่อนหน้านี้ เป็นผู้ตกลงทำสัญญาจะซึ้อจะขายในราคา 70 ล้านบาท มีการผ่อนชำระไปแล้วประมาณ 35 ล้านบาท เป็นคอนโด 5 ชั้น 46 ห้อง มีห้องวีไอพี 3 ห้อง โดยชั้นบนได้รับการตกแต่งอย่างหรูหรา ไว้สำหรับรับรองแขกวีไอพีหรือคู่ค้าชาวต่างชาติ และห้องธรรมดไว้สำหรับเป็นสวัสดิการให้กับแม่ข่ายที่ทำยอดผู้สมัครได้ตามจำนวนที่กำหนดไว้

นายสุวิวัฒน์ สุวรรณ์ อายุ 57 ปี ผู้ดูแลคอนโด เปิดเผยว่า นายอาทิตย์ ปานแก้ว ผู้หาตามหมายจับที่กำลังหลบหนีในต่างประเทศ ได้มาซื้อไว้เพื่อเปิดให้สมาชิกของบริษัท ยูฟัน ระดับแม่ข่ายเข้าพัก โดยทางบริษัท ยูฟัน จะทำการประสานมาว่าใครจะเข้าพักและเข้าพักห้องไหน ส่วนค่าน้ำค่าไฟ จะมีแม่บ้านของบริษัทดังกล่าวมาเป็นคนดำเนินการ นอกจากนี้ตนเองยังเคยเห็นนายไชธร ทองหล่อเลิศ 1ในผู้ต้องหาคดีแชร์ลูกโซ่ยูฟัน และเป็นผู้ช่วยของนายอาทิตย์ ปานแก้ว ผู้ต้องหาอีกรายที่กำลังหลบหนีอยู่ และเคยเห็นชาวจีน 2 คนมาเข้าพักด้วย

พล.ต.ท.สุวิระ กล่าวว่า จากการสอบสวนสืบทราบว่า คอนโดแห่งนี้ ระดับผู้บริหารของบริษัท ยูฟัน ได้ซื้อไว้เพื่อให้สมาชิกของบริษัทเข้าพัก โดยมีการเข้าพักตั้งแต่ช่วงต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา หลังจากนี้จะต้องเรียกนายชนินทร์ ฉัตราตริชาติ เจ้าของคอนโด ซึ่งขณะนี้เดินทางไปทำธุระกิจที่ฮ่องกง มาสอบสวนเพิ่มเติม ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการยึดและส่งให้ ป.ป.ง.ตรวจสอบถึงที่มาของคอนโดดังกล่าว ซึ่งขณะนี้สามารถยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวของกับคดีดังกล่าวแล้วกว่า 800 ล้านบาท อยู่ในระหว่างการทำสำนวนศาล

ส่วนกรณีที่เว็บไซต์ ของบริษัท ยูฟัน อ้างว่าถูกกลั่นแกล้ง และเจ้าหน้าที่ตำรวจจะยังมีส่วนได้เสียกับทรัพย์สินที่ยึดมาได้ถึง 25 เปอร์เซ็นต์นั้น ผู้ช่วย ผบ.ตร.ยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง ทางเจ้าหน้าที่มีหลักฐานยืนยันได้ว่า ไม่มีการได้รับส่วนแบ่งอย่างที่ถูกกล่าวหา นอกจากนี้ยังมีกรณี ที่ว่า ทางทนายบริษัท ยูฟัน จะประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อขอรายชื่อผู้ที่เข้ามาแจ้งความนั้น ไม่เป็นความจริง และยืนยันว่า จะไม่มีการให้รายชื่อ หรือเปิดเผยโฉมหน้าอย่างเด็ดขาด

ส่วนกรณีของ พล.ท.อธิวัฒน์ สุ่นปาน ทหารนอกราชการ และเป็นหนึ่งในผู้ต้องหานั้น มียศก่อนออกจากราชการเป็น พ.อ. และได้เลื่อนยศเนื่องจากเกษียณราชการก่อนกำหนดเป็น พล.ต.เท่านั้น ไม่ใช่ พล.ท.ตามที่อ้าง ในกรณีเมื่อเกษียณแล้ว พล.ท.อธิวัฒน์ ไม่มีสิทธิติดสัญลักษณ์คฑาไขว้ แต่ต้องติด นก. แทน รวมทั้งเครื่องแบบทหารนั้น ต้องสวมใส่เฉพาะงานในราชการเท่านั้น นอกจากนี้ในส่วนของเครื่องหมาย ภปร.นั้น เมื่อเกษียณแล้วก็ไม่มีสิทธิอย่างเด็ดขาด ตำรวจจึงจำเป็นต้องแจ้งข้อหาเพิ่มตามความผิดด้วย