วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ตร.รวบก๊วนมาเฟียกรุง อ้างเป็นทหารรีดวินจยย.

ก๊วนมาเฟียย่านฝั่งธนฯ อ้างเป็นทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ และทหารอากาศ ยศ“น.ต.” รีดเงิน “วินรถจยย.-นายจ้าง-แรงงานต่างด้าว”

หลังตำรวจได้รับร้องเรียนลงสืบขยายผล รวบได้ยกก๊วน เจอแจ้งข้อหาหนักหมิ่นเบื้องสูง


พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหาญพิทักษ์ ผู้บัญชาการสอบสวนกลาง(ผบช.ก.) พร้อมด้วย พ.ต.อ.อัครเดช พิมลศรี รรก.ผบก.ป. แถลงผลการจับกุม นายสิรภพ หรือ เสธ.ระ แสงอรุณ อายุ 50 ปี นายสมภพ หรือบอย รัตนละมัย อายุ 35 ปี และนายพงศภัค หรือ อี้ เกื้อกิจไพบูลย์ อายุ 35 ปี ข้อหาร่วมกันปลอมเอกสารราชการ มีและใช้ซึ่งเอกสารราชการปลอม


พล.ต.ท.ฐิติราช กล่าวว่า กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ได้รับการประสานจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ว่า ในพื้นที่ธนบุรีมีกลุ่มผู้แอบอ้างปลอมเป็นข้าราชการทหารตระเวนเรียกรับผลประโยชน์จากคิวรถจักรยานยนต์รับจ้าง และแรงงานต่างด้าว รวมทั้งมีพฤติกรรมปล่อยเงินกู้และข่มขู่ทวงหนี้เงินกู้ บช.ก.จึงสั่งการให้กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) สืบสวนจนกระทั่งวันที่ 22 เม.ย.สามารถจับกุม นายสัญญา หรือ ตึ๋ง ณีวงษ์ อายุ 39 ปี ได้


พล.ต.ท.ฐิติราช กล่าวว่า จากการสอบสวน นายสัญญารับสารภาพว่า ปลอมเป็นทหารจริงโดยมี นายสิรภพ หรือที่เรียกกันว่า เสธ.ระ เป็นหัวหน้า โดยปลอมเป็นทหารอากาศ ยศนาวาอากาศตรี และจากการขยายผลทราบว่า ขบวนการนี้จะใช้ให้นายสมภพและนายพงศภัคปลอมแปลงเอกสารบัตรประจำตัวข้าราชการทหาร เจ้าหน้าที่จึงขยายผลเข้าจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 3 คนได้เมื่อวันที่ 25 เม.ย. โดยจับนายสิรภพได้ระหว่างขับรถยนต์หลบหนีบนถนนพหลโยธิน กม.85 เขต อ.หนองแค จ.สระบุรี ส่วนนายสมภพจับกุมได้ที่บ้านพักในชุมชนวัดอ่างแก้ว แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ และจับนายพงศภัคได้ที่บ้านพักเลขที่ 4/1 ซอยเอกชัย 70 แขวงและเขตบางบอน พร้อมของกลาง อุปกรณ์เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการปลอมแปลงเอกสารราชการ


พล.ต.ท.ฐิติราช กล่าวต่อว่า หลังการจับกุมเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวนายสิรภพไปตรวจค้นบ้านพักเลขที่ 17/2 หมู่ 11 ต.บ้านใหม่ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี พบเครื่องแบบข้าราชการทหารและรูปถ่ายที่สวมเครื่องแบบข้าราชการทหารจำนวนมาก จากการสอบสวนนายสิรภพยังให้การซัดทอดถึงพี่ชาย คือนายฐากูร หรือกูร แสงอรุณ ว่ามีพฤติการณ์แอบอ้างเป็นข้าราชการทหารเช่นกัน โดยอาศัยอยู่ในพื้นที่นนทบุรี เจ้าหน้าที่จึงเข้าจับกุมและค้นบ้านพัก พบเครื่องแบบทหารและบัตรประจำตัวข้าราชการทหารปลอม และยังพบอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ และอาวุธปืนที่มีหมายเลขทะเบียนที่เป็นชื่อของบุคคลอื่น พร้อมเครื่องกระสุน จำนวนมาก จึงจับกุมและแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยมีข้อหาหมิ่นเบื้องสูง ตามมาตรา 112 รวมอยู่ด้วย


“ผู้ต้องหามีพฤติกรรมแอบอ้างเบื้องสูงเรียกรับผลประโยชน์ ขู่เก็บค่าคุ้มครองวินจักรยานยนต์ และกลุ่มผู้ประกอบการที่มีคนต่างด้าวทำงานด้วย รวมทั้งบุคคลต่างด้าวโดยตรง ด้วยการอ้างตัวว่าเป็นทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ รวมถึงแสดงตราสัญลักษณ์ซึ่งเป็นตราพระราชลัญจกรด้วย” ผบช.ก.กล่าว


ผบช.ก.ยังกล่วฝากไปถึงประชาชนว่า หากสงสัยว่าจะถูกผู้ต้องหากลุ่มนี้แอบอ้างเป็นนายทหารเรียกผลประโยชน์สามารถเข้าแจ้งความดำเนินคดีที่ บช.น. หรือที่ บก.ป.ได้ เพื่อรวบรวมหลักฐานและพยานใช้ในการดำเนินคดีกับแก๊งนี้ต่อไป